เพนตากอนเปลี่ยนใจ ยกเลิกถอนเรือรบจากอ่าวเปอร์เซีย อ้าง “ภัยคุกคามล่าสุด” จากอิหร่าน

51
เรือ ยูเอสเอส นิมิตซ์ ออกลาดตระเวนในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน [US Navy via AFP]

สหรัฐฯได้ยกเลิกการตัดสินใจที่จะนำเรือบรรทุกเครื่องบินกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย โดยเพนตากอนกล่าวว่าเนื่องจาก “ภัยคุกคามล่าสุด” ของอิหร่าน ดังนั้น เรือ ยูเอสเอส นิมิตซ์ จะอยู่ในจุดประจำการต่อไป อัลจาซีรารายงาน

เรือ ยูเอสเอส นิมิตซ์ ได้ออกลาดตระเวนในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม คริสโตเฟอร์ ซี มิลเลอร์ รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ สั่งให้เรือลำนี้หันหัวกลับบ้าน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณ “ลดระดับ” ไปยังเตหะราน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในช่วงสุดท้ายบนตำแหน่งประธานาธิบดีของ โดนัลด์ ทรัมป์

อย่างไรก็ตามมิลเลอร์ออกแถลงการณ์ใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจในวันอาทิตย์ (3 ก.ค.) โดยสั่งให้เรือประจำการในอ่าวต่อไป โดยอ้างว่า ““ เนื่องจากคำขู่ล่าสุดที่ออกโดยผู้นำอิหร่านต่อประธานาธิบดีทรัมป์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯคนอื่น ๆ”

“ ขณะนี้เรือรบ ยูเอสเอส นิมิตซ์ จะยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการของกองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ (US Central Command) ไม่มีใครควรสงสัยในการแก้ปัญหาของสหรัฐอเมริกา” แถลงการณ์ระบุ

แม้ว่าเขาจะไม่ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เกี่ยวข้อง แต่คำแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นในวันครบรอบปีแรกของการโจมตีด้วยโดรนของสหรัฐฯ ในแบกแดดซึ่งสังหาร นายพลกอเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการคนสำคัญทหารของอิหร่าน และอาบูมาห์ดี อัลมูฮานดิส รองผู้บัญชาการกองกำลังอาสาสมัครอิรัก

โดยในวันอาทิตย์ผู้ร่วมไว้อาลัยชาวอิรักหลายพันคนได้ตะโกนสโลแกน “การแก้แค้น” และ“ ไม่เอาอเมริกา” ขณะที่พวกเขาเดินขบวนในกรุงแบกแดดและเมืองอื่น ๆ

วันครบรอบของการโจมตีด้วยโดรนในแบกแดดที่สังหารนายพลสุไลมานีได้ถูกจัดงานรำลึกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทั่วอิหร่าน รวมทั้งในผู้สนับสนุนในซีเรีย เลบานอน เยเมน และที่อื่น ๆ

ทรัมป์ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ครั้งสำคัญกับอิหร่านและชาติมหาอำนาจของโลกในปี 2018 และเริ่มการรณรงค์ “กดดันสูงสุด” ต่อเตหะราน และตอกย้ำการคว่ำบาตรที่รุนแรง

ทั้งสองประเทศเฉียดทำสงครามถึงสองครั้งตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2019 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการสังหารนายพลสุไลมานี

หลายวันหลังจากการลอบสังหารสุไลมานี อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพในอิรักที่ทหารสหรัฐและกองกำลังพันธมิตรอื่นๆ ประจำการ โดยทรัมป์ละเว้นจากการตอบโต้ทางทหารเพิ่มเติม