เมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) จังหวัดบามิยัน ของอัฟกานิสถานได้จัดงานรำลึกวันครบรอบ 20 ปี การทำลายพระพุทธรูปแห่งบามิยัน และให้คำมั่นสัญญาที่จะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่เหลือ
กลุ่มตอลีบันระเบิดพระพุทธรูปยักษ์ 2 องค์ ในจังหวัดบามิยัน ตอนกลางของอัฟกานิสถาน เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2001 ซึ่งได้รับการประณามทั่วโลก
“แม้ว่ากลุ่มตอลิบานจะระเบิดรูปปั้นพระพุทธรูปยักษ์ทั้งสององค์ แต่โบราณสถานแห่งนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยม เนื่องจากผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่บามิยันเป็นประจำทุกปีเพื่อรำลึกถึงพระพุทธรูปยักษ์ในพิธีที่ผู้บรรยายแสดงความโกรธแค้นต่อการทำลายมรดกทางวัฒนธรรมของโลก” ผู้ว่าราชการจังหวัดบามิยันกล่าว ซัยยิดอันวาร์ ราห์มาติ บอกกับสำนักข่าวซินหัวของจีนเมื่อวันพุธ
พระพุทธรูป 2 องค์ ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนที่สูงที่สุดในโลก และมีรายงานว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 โดยพระพุทธรูปองค์หนึ่งสูง 55 เมตร และอีกองค์สูง 38 เมตร
ซัยยิดอันวาร์ให้คำมั่นว่าหน่วยงานบริหารส่วนภูมิภาคของเขามุ่งมั่นที่จะรักษาและซ่อมแซมอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมทั้งหมดในจังหวัดบามิยัน โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับชาติและนานาชาติ
เพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปที่ถูกทำลายและประณามผู้ทำลายล้าง ผู้คนหลายร้อยคนรวมทั้งเด็กชายและเด็กหญิงได้จัดขบวนแห่โคมไฟซึ่งนำไปสู่หน้าหน้าผาพระพุทธรูปที่ถูกทำลายในเย็นวันอังคาร
เข้าร่วมในงานรำลึกนี้ยังได้จัดเตรียมเครื่องฉาย 3 มิติเพื่อคืนพระพุทธรูปที่ถูกทำลายให้กับผู้ชมและผู้ที่มาชุมนุมเพื่อประณามการทำลาย
เพื่อแสดงความเสียใจต่อการรื้อถอนพระพุทธรูป ผู้เข้าร่วมในพิธีที่จัดขึ้นในคืนวันอังคารเพื่อรำลึกถึงการทำลายล้างของพระพุทธรูปเรียกร้องให้ตอลิบานรักษามรดกทางวัฒนธรรม นอกจากเรียกร้องให้รัฐบาลและประชาคมโลกช่วยกันสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาหใม่อีกครั้ง
ทั้งนี้ ในปี 2003 โบราณสถานพระพุทธรูปในหุบเขาบามิยันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและเพิ่มชื่อในบัญชีรายชื่อมรดกโลกที่ตกอยู่ในภาวะอันตรายโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO)
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: “บามิยัน” เอกภาพในพหุวัฒนธรรม และผู้ทำลาย

