“นิวเคลียร์อิหร่าน”กับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เกมเตะท่วงของชาติมหาอำนาจ

1004

ปัจจุบัน อิหร่านได้เป็นที่ยอมรับว่าเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่และผงาดขึ้นเป็นประเทศที่ กล้าเปิดโปงความจริงหลายๆเรื่องเกี่ยวกับชาติมหาอำนาจและถือว่าเป็นประเทศ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับกลุ่มประเทศมหาอำนาจอย่างง่าย ๆโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกบางประเทศที่ทำตัวเป็นนักสร้างสันติภาพ แก่ชาวโลก หรือทำตัวเป็นตำรวจโลกที่จะเข้าไปจับผิดประเทศต่างๆ

ในขณะเดียวกันอิหร่าน ก็มิได้แสดงท่าทีแข็งขืนกับเวทีนานาชาติกับนานาประเทศ อิหร่านแสดงท่าทีอย่างชัดเจนในเวทีโลก ว่าสร้างโรงงานนิวเคลียร์เพื่อเตรียมชดเชยแหล่งพลังงานจากน้ำมัน ซึ่งนั่นคือเป้าหมายเดิมที่อิหร่านยืนยันมาตลอดว่า เป็นพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ  และอิหร่านกำลังดำเนินการคือ สิ่งที่ถูกต้อง นั่นคือ การแสวงหาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ โดยใช้สโลแกนว่า”พลังงานนิวเคลียร์สำหรับทุกคน แต่ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์สำหรับใครบางคน” และตลอดช่วงก่อนการถูกลงโทษทางเศรษฐกิจ อิหร่านแสดงความบริสุทธิ์ใจมาตลอดว่ามิได้แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์และยินดีจะ เจรจาพูดคุยกับนานาประเทศและพร้อมที่จะให้องค์กรพลังงานนิวเคลียร์ (IAEA)มาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธ์ในเรื่องนี้

สหรัฐอเมริกาได้แสดง ความเป็นศัตรูและหันมาเล่นงานอิหร่านทางเศรษฐกิจแทนโดยใช้กลไกต่าง ๆ ที่มี เช่น  องค์กรระหว่างประเทศ สหประชาชาติ ยุโรป  ให้ร้ายอิหร่านว่าเป็น “รัฐสนับสนุนการก่อการ้าย” และกล่าวหาว่า อิหร่านพยายามแสวงหา การครอบครองอาวุธร้ายแรงและเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่นในเดือนกันยายน 2001 องค์กรจารกรรมกลางของสหรัฐรายงานว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธร้ายแรงและขอความ ช่วยเหลือจากจีนและรัสเซีย  และในเดือนตุลาคม 2007 สหรัฐเพิ่มมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ  ต่ออิหร่านในข้อหา “ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย” และพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์  ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานอันชัดแจ้งหรือเป็นที่ยืนยัน แต่เป็นเพียงข้อกล่าวหาและการสงสัยเพื่อเป็นข้ออ้างในการรังแกอิหร่าน  แต่ทว่ากลับกันในขณะที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่างมีอาวุธร้ายแรงไว้ข่มขู่ ประเทศเล็ก ๆ ในตะวันออกกลาง แม้แต่ สหรัฐอเมริกาเองก็เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์มาแล้วที่ญี่ปุ่นและเอกสารลับเผยว่า มีการเตรียมการใช้ในสงครามเวียดนาม และเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว นายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ยังสนับสนุนให้อิหร่านสร้างโรงงานนิวเคลียร์เพื่อเตรียมชดเชยแหล่งพลังงาน จากน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งนั่นคือเป้าหมายเดิมที่อิหร่านยืนยันมาตลอดว่า เป็นพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

นางฮิลลารี คลินตัน ได้ออกหนังสือพ๊อกเค๊ดบุคชื่อ”Hard Choices by Hillary Clinton”ได้วิจารณ์อิหร่านและพูดถึงปัญหาและอุปสรรคของการไม่บรรลุการเจรจา ปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านว่าเนื่องจากความกร้าวและความไม่มีบุคลิกการประณี ประณอมของอิหร่านและความไม่จริงใจของอิหร่านเอง    เธอกล่าวว่า”ไม่มีเหตุผลเลยในการจะไว้วางใจอิหร่าน และอิหร่านจะฉวยโอกาสนี้เตะถ่วงและเบี่ยงเบนความสนใจ การเจรจาครั้งใหม่อาจกลายเป็นเหมือนเขาวงกต ที่อิหร่านจะใช้เพื่อซื้อเวลาในขณะที่เข้าใกล้เป้าหมายของการพัฒนาอาวุธ นิวเคลียร์ที่จะเป็นภัยคุมคามต่ออิสราเอล บรรดาประเทศเพื่อนบ้านและต่อโลกด้วย”

เธอกล่าวต่ออีกว่า”หาก เราอ่อนข้อให้ในครั้งนี้ ก็อาจทำลายงานที่สู้อุตส่าห์ทำมาลายปี จนสามารถสร้างฉันทามติในหมู่ประเทศต่างๆให้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรและเพิ่ม แรงกดดันอิหร่าน”

เมื่อปี พ.ศ.2553 องค์การสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และชาติอื่นๆ ได้มีมติคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่าน เพื่อต่อต้านการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ประกอบด้วย การคว่ำบาตรด้านพลังงาน การประกันภัย การขนส่ง การธนาคาร และการคว่ำบาตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมน้ำมันเป็น หลักที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจอิหร่านมากที่สุด เพราะรายได้กว่าร้อยละ 80 ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมดมาจากการส่งออกน้ำมัน การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจส่งผลให้อิหร่านสูญเสียรายได้จากการส่งออกน้ำมันรวม ทั้งสิ้นประมาณ 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ อิหร่านยังเกิดปัญหาค่าเงินเรียลที่อ่อนค่าลงเรื่อยๆ ปัญหาเงินเฟ้อสูงกว่าร้อยละ 30 และปัญหาการว่างงานสูงกว่าร้อยละ 15 ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนานนี้ ทำให้ประชาชนอิหร่านเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เผชิญอยู่และ ให้รัฐบาลเร่งเจรจากับชาติมหาอำนาจให้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ โดยเร็ว

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 อิหร่านได้บรรลุข้อตกลงชั่วคราว (Joint Plan of Action) กับสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ P5+1 (สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน + เยอรมนี) ณ กรุงเจนีวาโดยข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้อิหร่านระงับการพัฒนาโครงการ นิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ภายใต้ข้อตกลงมีสาระสำคัญโดยสังเขป คือ

– อิหร่านจะต้องหยุดเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นเกินกว่าร้อยละ 5 (แร่ยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นร้อยละ 5 เป็นระดับความเข้มข้นสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้า) และต้องเจือจางแร่ยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นเกินกว่าร้อยละ 20 (แร่ยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไปเป็นระดับความเข้มข้นที่อาจสามารถนำไปพัฒนาเป็นอาวุธนิว