ผลสำรวจล่าสุดโดยศูนย์วิจัยนโยบายและการสำรวจความคิดเห็นปาเลสไตน์ (PCPSR) ระหว่างวันที่ 22–25 ต.ค. พบว่าประชาชนปาเลสไตน์กว่า 70% ทั้งในเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา “คัดค้านอย่างแข็งขัน” ต่อแนวคิดการปลดอาวุธของขบวนการฮามาส แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการโจมตีของอิสราเอลก็ตาม MEE รายงาน
ผลสำรวจระบุว่า การต่อต้านการปลดอาวุธฮามาสมีมากที่สุดในเวสต์แบงก์ โดยราว 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้กองกำลังติดอาวุธของฮามาสคงอาวุธไว้ ขณะที่ในกาซา มี 55% ที่ไม่เห็นด้วยกับการปลดอาวุธ
ในภาพรวม ชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นใน “แผนสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ที่เสนอให้ยุติสงครามกาซาอย่างถาวร โดย 62% มองว่าแผนดังกล่าวจะไม่ประสบความสำเร็จ
ความนิยมฮามาสแซงฟาตาห์ – ชาวปาเลสไตน์ 4 ใน 5 ต้องการอับบาสลาออก
ผลสำรวจยังสะท้อนว่าฮามาสได้รับความนิยมมากกว่าฟาตาห์อย่างชัดเจน โดย 35% สนับสนุนฮามาส เทียบกับ 24% ที่หนุนฟาตาห์ ส่วนอีก 32% ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ขณะที่กว่า 60% ระบุว่าพึงพอใจกับการทำงานของฮามาส โดยเฉพาะในเวสต์แบงก์ที่มีถึง 66%
ในทางกลับกัน ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำของฟาตาห์ มีคะแนนนิยมตกต่ำ โดยมีเพียง 23% ที่พึงพอใจในการทำงาน และถึง 85% ต้องการให้เขาลาออก ส่วนมัรวาน บัรฆูตี เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ที่ถูกจำคุก ยังคงเป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมสูงสุด หากมีการเลือกตั้งจะชนะทั้งอับบาสและคอลิด มัชอัล จากฮามาส
มุมมองต่อแผนของทรัมป์และกองกำลังต่างชาติ
แผนสันติภาพ 20 ข้อของทรัมป์เสนอให้กาซาถูกบริหารโดยคณะกรรมการเทคนิคชาวปาเลสไตน์ภายใต้ “คณะกรรมาธิการสันติภาพ” ซึ่งเขาเป็นประธาน พร้อมผลักดันให้สหประชาชาติมอบอำนาจให้กองกำลังรักษาสันติภาพอาหรับและมุสลิมเข้าประจำการในกาซา
อย่างไรก็ตาม 53% ของชาวปาเลสไตน์คัดค้านการตั้งคณะกรรมการที่ไม่มีตัวแทนจากฮามาสหรือฟาตาห์ ขณะที่ 45% สนับสนุน โดยในกาซามีเสียงเห็นชอบมากกว่านิดหน่อยคือ 51%
ส่วนการนำกองกำลังอาหรับหรือมุสลิมเข้ากาซา หากมีเป้าหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยชายแดนโดยไม่ปลดอาวุธฮามาส ผลสำรวจพบว่า 53% ของชาวกาซาและ 43% ของชาวเวสต์แบงก์เห็นด้วยกับแนวคิดนี้