ทอม บาร์แรก ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ด้านซีเรีย ระบุว่า ซีเรียจะให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการเผชิญหน้าอิหร่านและกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพันธมิตรสำคัญของดามัสกัส โดยย้ำว่าสัมพันธ์สหรัฐฯ–ซีเรียกำลัง “เปลี่ยนผ่านจากความห่างเหินไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง” อัลอะราบิยารายงาน
บาร์แรกกล่าวผ่านโพสต์ยาวบนแพลตฟอร์ม X โดยอ้างอิงถึงการเยือนทำเนียบขาวครั้งประวัติศาสตร์ของประธานาธิบดีซีเรีย อะหมัด อัชชัรอ์ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งนับเป็นการเยือนครั้งแรกของผู้นำซีเรียนับตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราชเมื่อปี 1946
“สัปดาห์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางยุคใหม่ และคือการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของซีเรียจากความโดดเดี่ยวสู่ความเป็นหุ้นส่วน” บาร์แรกระบุ
เขาเสริมว่า การหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และอัชชัรอ์ “ได้ตอกย้ำความเชื่อร่วมกันว่า ถึงเวลาต้องแทนที่ความห่างเหินด้วยความร่วมมือ และให้โอกาสแก่ซีเรียและประชาชนซีเรียในการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง”
บาร์แรกยังประกาศว่า “ดามัสกัสจะให้ความช่วยเหลืออย่างแข็งขันแก่สหรัฐฯ ในการเผชิญหน้าและรื้อโครงสร้างที่เหลืออยู่ของไอเอส, กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC), ฮามาส, ฮิซบุลเลาะห์ และเครือข่ายก่อการร้ายอื่นๆ พร้อมยืนหยัดในฐานะพันธมิตรในการสร้างสันติภาพระดับโลก”
เขายังยกย่องซีเรียที่ประกาศเข้าร่วมพันธมิตรต่อต้านไอเอส (D-ISIS) โดยมองว่านี่คือ “กรอบประวัติศาสตร์ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของซีเรียจากต้นตอของการก่อการร้ายสู่การเป็นหุ้นส่วนด้านการต่อต้านก่อการร้าย เพื่อสร้างใหม่ ร่วมมือ และมีส่วนในการสร้างเสถียรภาพของภูมิภาคทั้งภูมิภาค”
บาร์แรกเปิดเผยว่า ในระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีอัชชัรอ์ มีการจัดประชุมไตรภาคีระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ, รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี ฮากาน ฟีดาน และรัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย อะซาด อัลชัยบานี
การหารือดังกล่าวมุ่งวางแผน “เฟสถัดไปของกรอบความร่วมมือสหรัฐฯ–ตุรกี–ซีเรีย ซึ่งรวมถึงการบูรณาการกองกำลัง SDF สู่โครงสร้างเศรษฐกิจ การป้องกันประเทศ และโครงสร้างพลเรือนใหม่ของซีเรีย, การกำหนดความสัมพันธ์ตุรกี–ซีเรีย–อิสราเอลรูปแบบใหม่ และการผลักดันข้อตกลงที่รองรับการหยุดยิงอิสราเอล–ฮามาส รวมถึงประเด็นชายแดนเลบานอนจำนวนหนึ่ง”
เขายังยกย่องบทบาทกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี ที่สนับสนุนการฟื้นตัวของรัฐซีเรีย โดยเรียกแรงสนับสนุนดังกล่าวว่า “เป็นเสมือนยาวิเศษ”