สหรัฐอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติรัสเซียที่ชื่อ “มาริเนรา” (Marinera) ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ หลังจากติดตามเรือลำดังกล่าวมาตั้งแต่ทะเลแคริบเบียน ตามการเปิดเผยของกระทรวงคมนาคมรัสเซียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
กระทรวงคมนาคมรัสเซียระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ขึ้นเรือในน่านน้ำสากล ซึ่งอยู่นอกน่านน้ำอาณาเขตของรัฐใดรัฐหนึ่ง ก่อนที่การติดต่อกับเรือจะขาดหายไป
การสกัดกั้นเกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ โดยอ้างเหตุละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดย กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ประสานงานกับกองทัพสหรัฐฯ ตามการยืนยันของ กองบัญชาการยุโรปของสหรัฐฯ
การยึดเรือเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตามข้อมูลที่เปิดเผย เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้เดิมมีชื่อว่า Bella 1 และถูกเช่าเหมาลำโดยผู้ค้าภาคเอกชน ขณะนั้นเรือเดินภายใต้ธงชาติ กายอานา ลูกเรือทั้งหมด 28 คน ประกอบด้วย ชาวจอร์เจีย 6 คน ยูเครน 17 คน อินเดีย 3 คน และรัสเซีย 2 คน
รายงานระบุว่า เรือกำลังมุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลาในช่วงก่อนปีใหม่ เมื่อ หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ พยายามเข้าควบคุมเรือในทะเลแคริบเบียน โดยสั่งให้เรือเดินทางภายใต้การคุ้มกันไปยังท่าเรือของสหรัฐฯ หลังจากทางการอเมริกันระบุว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันจากกายอานาว่าเรือลำดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เดินเรือภายใต้ธงชาติของประเทศนั้น
อย่างไรก็ดี เรือปฏิเสธคำสั่งดังกล่าว เปลี่ยนเส้นทาง และมุ่งหน้าออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ก่อนจะถูกติดตามโดยเรือรบของสหรัฐฯ และอากาศยานจากประเทศสมาชิก NATO ต่อมา สหราชอาณาจักรยืนยันว่าได้ให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นเรือลำนี้
ระหว่างการไล่ติดตาม กัปตันเรือได้เปลี่ยนชื่อเรือเป็น Marinera และดำเนินการจดทะเบียนชั่วคราวภายใต้ธงชาติรัสเซียอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้รับเอกสารจากเจ้าหน้าที่ท่าเรือเมืองโซชิ ซึ่งมีอำนาจออกเอกสารดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เรือยังคงถูกยึดในเวลาต่อมา โดยอาศัยหมายศาลที่ออกโดยศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
บางรายงานข่าวระบุว่าเรือไม่ได้บรรทุกน้ำมันขณะถูกยึด แต่เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “กองเรือเงา” (shadow fleet) ที่ใช้หลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในการขนส่งน้ำมันเวเนซุเอลาและอื่นๆ
ปฏิกิริยาของรัสเซีย
กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประณามการยึดเรือ Marinera โดยกองกำลังสหรัฐฯ โดยระบุว่า ทางการอเมริกันได้รับแจ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเรือลำดังกล่าวเป็นเรือพลเรือนและอยู่ภายใต้ธงชาติรัสเซีย
รัสเซียระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายเดินเรือระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตันยุติการกระทำที่ผิดกฎหมายต่อเรือลำนี้และเรือพลเรือนอื่นๆ ที่ดำเนินกิจกรรมอย่างถูกต้องในน่านน้ำสากล
นอกจากนี้ มอสโกยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติต่อพลเมืองรัสเซียบนเรืออย่างเหมาะสม และเปิดทางให้พวกเขากลับประเทศ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมรัสเซียระบุว่า การเข้ายึดเรือดังกล่าวละเมิด อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ซึ่งรับรองเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำสากล
ปฏิกิริยานานาชาติ
จีนออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า การยึดเรือดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และตอกย้ำจุดยืนของจีนที่คัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวซึ่งไม่มีมติรับรองจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ด้าน คาริน ไคนิสเซิล อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรีย วิจารณ์เหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การละเมิดกฎหมายทางทะเลอย่างโจ่งแจ้ง”
ขณะที่ จอห์น มาร์ก ดูแกน อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว TASS ว่า การยึดเรือครั้งนี้เข้าข่าย “การโจรกรรมและการกระทำแบบโจรสลัด” ภายใต้กรอบกฎหมายที่รัฐรับรอง
จากข้อมูลที่เปิดเผยจนถึงขณะนี้ การยึดเรือ Marinera กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งทางกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ โดยรัสเซียและจีนมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายเดินเรือระหว่างประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรตามกระบวนการทางกฎหมายของตน
สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการติดตาม และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับชะตากรรมของเรือ ลูกเรือ และผลทางกฎหมายที่จะตามมาในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึง ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย จะยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ