รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิหร่าน อามีร์ นาซีร์ซาเดห์ ประกาศว่า อิหร่านจะตอบโต้ “อย่างรุนแรงและเด็ดขาด” ต่อการโจมตีใด ๆ ที่มุ่งเป้ามายังประเทศ และจะไม่ยอมให้ใครก็ตามคุกคามความมั่นคงหรืออธิปไตยของตน พร้อมส่งคำเตือนไปยังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ยุติการข่มขู่ประชาชนอิหร่าน ตามรายงานของ อัลจาซีราอาหรับ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 69
นาซีร์ซาเดห์ระบุว่า หากทรัมป์ “กระทำการโดยประมาท” และโจมตีผลประโยชน์ของอิหร่าน “ผลประโยชน์ของสหรัฐในทุกจุดทั่วโลกจะตกอยู่ในอันตราย” พร้อมย้ำว่า ประเทศใดก็ตามที่มีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกต่อการโจมตี หรือเปิดฐานทัพของตนให้ผู้รุกรานใช้งาน จะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” สำหรับการตอบโต้ของอิหร่าน
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “สถานะการป้องกันประเทศของเราในวันนี้ดีกว่าช่วงสงครามครั้งล่าสุด” อันเป็นผลจากมาตรการด้านความมั่นคงและการทหารที่รัฐบาลเตหะรานได้ดำเนินการไปแล้ว
ด้านผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพอิหร่าน พลเอก อามีร์ ฮาตามี ระบุว่า อิหร่านในวันนี้ “มีศักยภาพมากกว่าก่อนสงคราม 12 วัน” แต่ยอมรับว่าภัยคุกคามจากสหรัฐและอิสราเอลเป็นเรื่องจริง และเตหะรานรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างจริงจัง
คำเตือนจากผู้นำทหารอิหร่านมีขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าวจากวอชิงตันว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังประเมินทางเลือกเชิงรุกต่ออิหร่านอย่างรอบด้าน
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐให้สัมภาษณ์กับ อัลจาซีรา ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดหารือกับทีมความมั่นคงแห่งชาติในช่วงบ่ายวันอังคาร เพื่อพิจารณาทางเลือกเกี่ยวกับอิหร่าน รวมถึงตัวเลือกทางทหาร
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทมส์ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน ได้นำเสนอทางเลือกในการโจมตีอิหร่านที่ “กว้างขวางกว่าที่เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้” ต่อทรัมป์แล้ว
ในบริบทเดียวกัน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน อาลี ลาริจานี ตอบโต้ถ้อยแถลงของทรัมป์ โดยประกาศว่า “เราจะเปิดเผยรายชื่อผู้สังหารหลักของประชาชนอิหร่าน คือ หนึ่ง ทรัมป์ และสอง นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ชาวอิหร่านออกมาประท้วงต่อ ควบคุมสถาบันของตนเอง และให้จดจำชื่อของผู้ที่เขาเรียกว่า “ผู้สังหารและผู้กระทำการทารุณ” พร้อมขู่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้อง “จ่ายราคาแพง” โดยทรัมป์ระบุด้วยว่า ได้ยกเลิกการพบปะกับเจ้าหน้าที่อิหร่านทั้งหมด จนกว่าสิ่งที่เขาเรียกว่า “การสังหารผู้ประท้วงอย่างไร้เหตุผล” จะยุติลง และย้ำว่า “ความช่วยเหลือกำลังมา” พร้อมสโลแกน “ทำให้อิหร่านยิ่งใหญ่อีกครั้ง”
อิหร่านกำลังเผชิญการประท้วงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม จากปัญหาค่าครองชีพ ค่าเงินที่อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง และกำลังซื้อที่ถดถอย ท่ามกลางการตัดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ โดยในการชุมนุมหลายแห่งมีการชูคำขวัญต่อต้านรัฐบาล
สำนักข่าวนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนอิหร่านอิสระ “เฮรานา” รายงานเมื่อวันอังคารว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วงตลอดราวสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 646 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประท้วง 512 ราย เจ้าหน้าที่ความมั่นคง 133 ราย และอัยการอีก 1 ราย








