หนึ่งในข้อกล่าวหาหลักที่ถูกใช้ซ้ำ ๆ ในการรายงานข่าวอิหร่านของสื่อตะวันตก คือเรื่อง “การเสียชีวิตจำนวนมากของผู้ประท้วง” ซึ่งมักถูกนำเสนอในกรอบว่าเป็นผลจากการปราบปรามอย่างเป็นระบบของรัฐ และสะท้อนภาพการลุกฮือของประชาชนทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่แทบไม่ถูกตั้งขึ้นในกระแสข่าวหลัก คือ ตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน? ใครเป็นผู้ผลิตข้อมูล และตรวจสอบได้เพียงใด?
รายงานสืบสวนของเดอะเกรย์โซน (The Grayzone) ระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ถูกอ้างอย่างกว้างขวางในสื่อสหรัฐฯ และยุโรป ไม่ได้มาจากแหล่งข่าวภาคสนามอิสระหลายชุด หากแต่ไหลมาจากองค์กรไม่กี่แห่งซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงสร้างนโยบายต่างประเทศของวอชิงตัน
The Grayzone คือใคร และทำไมรายงานนี้จึงสำคัญ
เดอะเกรย์โซน (The Grayzone) เป็นสื่อข่าวเชิงสืบสวนอิสระจากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2015 โดยนักข่าวสายการเมืองระหว่างประเทศ “แม็กซ์ บลูเมนธาล” (Max Blumenthal)
แนวทางการทำงานของ The Grayzone มุ่งตรวจสอบและเปิดโปง นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ปฏิบัติการ “เปลี่ยนระบอบ” บทบาทของสื่อกระแสหลัก และเครือข่าย NGO ด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับทุนจากรัฐตะวันตก
สื่อสำนักนี้มีจุดยืนชัดเจนในการตั้งคำถามต่อการรายงานข่าวที่สอดคล้องกับผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของวอชิงตัน
รายงานชิ้นนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “สื่อตะวันตกกลบความจริงจลาจลนองเลือดในอิหร่าน อ้าง NGO ทุนรัฐบาลสหรัฐฯ” (Western media whitewashes deadly riots in Iran, relying on US govt-funded regime change NGOs)
เนื้อหารายงานตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า สื่อกำลังรายงาน “ความจริง” หรือกำลังทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางข้อมูล ที่มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายและการทหาร
สื่อมองข้ามความรุนแรง แต่เลือกเชื่อ NGO ทุนรัฐ
The Grayzone ระบุว่า ขณะที่เกิดเหตุจลาจลรุนแรงในหลายเมืองของอิหร่าน สื่อตะวันตกกลับเพิกเฉยต่อหลักฐานภาพและวิดีโอจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นการใช้ยุทธวิธีแบบ “ก่อการร้าย” ของกลุ่มผู้ก่อจลาจล
วิดีโอจากทั้งสื่อทางการของอิหร่านและกลุ่มต่อต้านรัฐบาล แสดงภาพการรุมประชาทัณฑ์เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีอาวุธ การเผามัสยิด การวางเพลิงอาคารราชการ ตลาดสด สถานีดับเพลิง การยิงปะทะด้วยอาวุธปืนในใจกลางเมืองใหญ่ และการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ
อย่างไรก็ตาม สื่อตะวันตกเลือกมุ่งเน้นเกือบทั้งหมดไปที่ความรุนแรงซึ่งกล่าวหาว่ามาจากรัฐอิหร่าน โดยอาศัยข้อมูลจากองค์กรพลัดถิ่นในสหรัฐฯ ที่ได้รับทุนจาก “กองทุนเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ” ของสหรัฐ หรือ National Endowment for Democracy (NED) ซึ่ง The Grayzone ระบุว่าเป็น “แขนงเปลี่ยนระบอบ” ของรัฐบาลสหรัฐฯ
ใครคือแหล่งข้อมูลหลักของสื่อ
รายงานระบุว่า สื่อในสหรัฐฯ และยุโรปพึ่งพา NGO สองแห่งเป็นหลัก ได้แก่ “ศูนย์อับดุรเราะห์มาน โบรูมันด์ เพื่อสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน” (Abdorrahman Boroumand Center for Human Rights in Iran) และกลุ่ม “นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน” (Human Rights Activists in Iran)
ซึ่งทั้งสององค์กรตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน และได้รับเงินสนับสนุนจาก NED !!
เอกสารของ NED เองในปี 2024 ระบุชัดว่า ศูนย์อับดุรเราะห์มาน โบรูมันด์ เป็น “พันธมิตร” ขององค์กร ขณะที่ “นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน” เคยยอมรับในแถลงการณ์ปี 2021 ว่าเริ่มรับเงินสนับสนุนจาก NED หลังถูกอิหร่านกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับซีไอเอ
The Grayzone ชี้ว่า แม้สื่ออย่าง เดอะวอชิงตันโพสต์ และ เอบีซีนิวส์ จะอ้างข้อมูลจากองค์กรเหล่านี้อย่างหนัก แต่กลับไม่เปิดเผยที่มาของเงินทุนหรือบริบททางการเมืองให้ผู้อ่านรับรู้
NED เครื่องมืออำนาจอ่อนของสหรัฐฯ
The Grayzone อธิบายว่า NED ถูกจัดตั้งขึ้นในยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ภายใต้การกำกับของผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้น เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถแทรกแซงต่างประเทศได้อย่างเปิดเผยมากขึ้น หลังความไม่ไว้วางใจหน่วยข่าวกรองพุ่งสูง
หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง NED คือ อัลเลน ไวน์สไตน์ (Allen Weinstein) ซึ่งเคยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “หลายสิ่งที่เราทำในวันนี้ คือสิ่งที่ซีไอเอ เคยทำอย่างลับ ๆ เมื่อ 25 ปีก่อน”
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำยอมรับเช่นนี้ สื่อกระแสหลักตะวันตกกลับ ไม่เปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่าง NGO กับ NED เมื่ออ้างข้อมูลจากองค์กรเหล่านี้ในข่าวอิหร่าน
The Grayzone ชี้ว่า การตัดบริบทเรื่องแหล่งทุนออกไป ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจาก NGO ที่มีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน ถูกนำเสนอในฐานะ “ความจริงสากล” โดยปราศจากการตั้งคำถาม
อิสราเอลและการเร่งปะทะ
รายงานยังเปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองมอสสาดของอิสราเอล ได้โพสต์ข้อความภาษาเปอร์เซียจากบัญชีทางการ เรียกร้องให้ชาวอิหร่านยกระดับการลุกฮือ พร้อมระบุว่า “เราอยู่กับคุณ ไม่ใช่แค่จากระยะไกล แต่ในภาคสนาม”
The Grayzone ชี้ว่านี่คือการแทรกแซงโดยตรงในกิจการภายในของอิหร่าน แต่กลับไม่ถูกสื่อตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์ในระดับเดียวกับที่โจมตีรัฐบาลเตหะราน
เมื่อข้อมูลกลายเป็นอาวุธสงคราม
รายงานเตือนว่า การขยายตัวเลขผู้เสียชีวิตโดยอินฟลูเอนเซอร์ นักล็อบบี้เปลี่ยนระบอบ และแพลตฟอร์มคาดการณ์ทางการเมือง ได้สร้างบรรยากาศที่ผลักดันให้ Donald Trump เข้าใกล้การตัดสินใจโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
แม้บริษัทข่าวกรองเอกชนอย่าง Stratfor จะยอมรับว่า การโจมตีทางทหารอาจทำให้การประท้วงยุติลง และกระตุ้นความเป็นเอกภาพของชาวอิหร่าน แต่กระแสข่าวกลับเลือกละเลยมุมมองดังกล่าว
The Grayzone สรุปว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่การปฏิเสธว่ามีความไม่พอใจในอิหร่าน แต่คือการตั้งคำถามว่า ใครเป็นผู้ผลิตตัวเลข ใครเป็นผู้กำหนดเรื่องเล่า และใครได้ประโยชน์จากภาพ “ปราบปรามทั่วประเทศ”
ในขณะที่ชาวอิหร่านนับล้านออกมาประณามความรุนแรงและการแทรกแซงจากต่างชาติ เสียงเหล่านี้กลับแทบไม่ปรากฏในสื่อกระแสหลักตะวันตก ซึ่งตอกย้ำคำถามที่ The Grayzone ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นว่า..