วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

ทรัมป์ผ่อนท่าที แต่ขู่ “ทุกทางเลือกอยู่บนโต๊ะ” หากอิหร่านยังสังหารผู้ประท้วง

-

ทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐยังไม่ตัดทางเลือกใดทิ้ง รวมถึงการใช้กำลังทางทหาร หากอิหร่านยังคงเดินหน้าปราบปรามและสังหารผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยเตือนว่าเตหะรานจะต้องเผชิญ “ผลลัพธ์ร้ายแรง” หากความรุนแรงยังไม่ยุติ

คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี 16 ม.ค. 69 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และทีมงาน ได้ส่งสารไปยังผู้นำอิหร่านอย่างชัดเจนว่า “หากการสังหารยังดำเนินต่อไป จะมีผลลัพธ์ร้ายแรงตามมา” อัลจาซีรารายงาน

เธออ้างว่า ทรัมป์ได้รับข้อมูลว่า การประหารชีวิตจำนวนประมาณ 800 รายที่มีกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ ได้ถูกระงับลงแล้ว แม้ทำเนียบขาวจะไม่สามารถแสดงหลักฐานยืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าวต่อสาธารณะได้

โฆษกทำเนียบขาวย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่า “ทุกทางเลือกยังคงอยู่บนโต๊ะสำหรับประธานาธิบดี” ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไม่กี่ชั่โมงก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลายท่าที หลังจากหลายวันของการข่มขู่ โดยระบุว่าได้รับการยืนยันว่าการสังหารผู้ประท้วงได้ยุติลงแล้ว

ขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ปฏิเสธว่าเตหะรานไม่มีแผนจะประหารชีวิตผู้ประท้วง โดยกล่าวว่า “การแขวนคอเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้” ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม อารักชีเคยย้ำก่อนหน้านี้ว่า อิหร่านพร้อมทำสงคราม หากวอชิงตันต้องการ “ทดสอบ” ทางเลือกทางทหารอีกครั้ง

การประท้วงในอิหร่านปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา จากปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงและการอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น ก่อนจะลุกลามไปยังเมืองและชุมชนทั่วประเทศ

กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนอ้างว่า มีผู้ประท้วงเสียชีวิตมากกว่า 1,000 รายจากเหตุความไม่สงบ อย่างไรก็ตาม อัลจาซีรา ระบุว่า ไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขดังกล่าวได้อย่างอิสระ

ด้านรัฐบาลอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอธิบายว่าผู้ชุมนุมเป็น “ผู้ก่อจลาจลติดอาวุธ” ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐและอิสราเอล พร้อมระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเสียชีวิตมากกว่า 100 นายจากการโจมตีระหว่างการชุมนุม

สถานการณ์ภายในอิหร่านยังคงยากต่อการตรวจสอบ หลังการตัดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ตามข้อมูลจาก NetBlocks ขณะที่ประชาชนในกรุงเตหะรานรายงานว่า มีการเสริมกำลังทหารและหน่วยความมั่นคงอย่างเข้มข้น

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยืนยันว่า กองทัพอิหร่านอยู่ในระดับการเตรียมพร้อมสูงสุด โดยผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินระบุว่า พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

แม้ทรัมป์จะลดน้ำเสียงลง แต่รัฐบาลสหรัฐยังคงเดินหน้ามาตรการกดดัน โดยประกาศคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่ออิหร่านในวันเดียวกัน ครอบคลุมถึง อาลี ลารีจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด และเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายอื่น ๆ

วอชิงตันกล่าวหาว่า บุคคลเหล่านี้เป็น “สถาปนิก” ของการตอบโต้การประท้วงอย่างโหดร้าย พร้อมย้ำว่าสหรัฐจะยังคงใช้ทุกเครื่องมือเพื่อกดดันรัฐบาลเตหะรานต่อไป

เรื่องล่าสุด