เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา เมืองค็อกซ์บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ ส่งผลให้ที่พักชั่วคราวหลายร้อยหลังถูกทำลาย และมีผู้ลี้ภัยมากกว่า 2,000 คนต้องพลัดถิ่นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากองค์กรด้านมนุษยธรรมให้เพิ่มงบประมาณเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและจัดส่งความช่วยเหลือฉุกเฉิน
เอพีรายงานว่า เหตุไฟไหม้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันอังคารที่ค่ายหมายเลข 16 ซึ่งเป็นหนึ่งในกว่า 30 ค่ายผู้ลี้ภัยในเขตค็อกซ์บาซาร์ พื้นที่ที่ถือเป็นศูนย์ผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่พักพิงของชาวโรฮิงญามากกว่า 1 ล้านคน ที่หลบหนีการประหัตประหารจากเมียนมา
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานแห่งสหประชาชาติ (IOM) ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดวิกฤตใหม่ซ้ำเติมครอบครัวผู้ลี้ภัยที่เดิมก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดอยู่แล้ว
แลนซ์ บอนโน รองหัวหน้าภารกิจ IOM ประจำบังกลาเทศ กล่าวว่า “เมื่อเกิดไฟไหม้ในค่ายที่แออัด ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่โครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย แต่ครอบครัวจำนวนมากต้องสูญเสียที่พักอาศัย ทรัพย์สินจำเป็น และการเข้าถึงบริการพื้นฐาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในทันที”
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยไม่กี่ราย อย่างไรก็ตาม ผู้ลี้ภัยจำนวนมากสูญเสียทั้งบ้านและทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงเอกสารประจำตัวและเอกสารสำคัญต่าง ๆ
สภาผู้ลี้ภัยนอร์เวย์ (Norwegian Refugee Council) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เปิดเผยว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ได้ทำลายที่พักอาศัยไปอย่างน้อย 335 หลัง และสร้างความเสียหายเพิ่มเติมอีก 72 หลัง ขณะเดียวกันยังส่งผลกระทบต่อจุดน้ำและสุขาภิบาล ศูนย์การเรียนรู้ 11 แห่ง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางภายในค่าย
ทั้งนี้ ชาวโรฮิงญามากกว่า 700,000 คน หลบหนีออกจากรัฐยะไข่ของเมียนมาเมื่อปี 2560 หลังจากกองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม ภายหลังการโจมตีฐานที่มั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งยิ่งทำให้จำนวนผู้ลี้ภัยในค็อกซ์บาซาร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล