รัฐสภาอิรักเตรียมประชุมในวันอังคารที่ 27 ม.ค. นี้ เพื่อเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ ซึ่งจะเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนถัดไป โดยตำแหน่งดังกล่าวคาดว่าจะตกเป็นของ นูรี อัลมาลิกี อดีตนายกรัฐมนตรี หลังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมืองชีอะห์ที่ใหญ่ที่สุด ท่ามกลางความกังวลของสหรัฐเกี่ยวกับทิศทางของรัฐบาลอิรักชุดใหม่ที่อาจฝักใฝ่อิหร่าน
ตามธรรมเนียมทางการเมืองของอิรัก ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นของชาวชีอะห์ ประธานรัฐสภาเป็นชาวซุนนี ขณะที่ตำแหน่งประธานาธิบดีซึ่งมีบทบาทเชิงพิธีการ จะเป็นของชาวเคิร์ด
ไฮบัต อัลฮัลบูซี ประธานรัฐสภาอิรัก ระบุผ่านสำนักข่าว INA ของทางการว่า รัฐสภาชุดใหม่จะเปิดประชุมเพื่อเลือกประธานาธิบดี จากนั้น ประธานาธิบดีจะมีเวลา 15 วันในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งโดยทั่วไปจะมาจากกลุ่มการเมืองชีอะห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อันเกิดจากการรวมกลุ่มหลังการเลือกตั้ง
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตร “กรอบการประสานงาน” ซึ่งประกอบด้วยพรรคการเมืองชีอะห์หลายกลุ่มที่มีระดับความใกล้ชิดกับอิหร่านแตกต่างกัน ได้ประกาศสนับสนุนให้นูรี อัลมาลิกี กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยให้เหตุผลถึง “ประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหาร รวมถึงผลงานในการบริหารรัฐ”
ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองเคิร์ดยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมืองอื่น และต้องชนะเสียงอย่างน้อยสองในสามของรัฐสภา โดยปกติตำแหน่งนี้เป็นของพรรคสหภาพรักชาติแห่งเคอร์ดิสถาน (PUK) แต่ในปีนี้ พรรคประชาธิปไตยเคอร์ดิสถาน (KDP) ได้เสนอชื่อ ฟูอัด ฮุเซน รัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นผู้ท้าชิง
แม้การได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมืองชีอะห์จะเพิ่มโอกาสให้อัลมาลิกีกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังคงเป็นความท้าทาย และอาจยืดเยื้อเป็นเวลาหลายเดือน หรือแม้กระทั่งล้มเหลว โดยนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งจะมีเวลา 1 เดือนในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและเสนอให้รัฐสภาลงมติไว้วางใจ
สหรัฐเตือนอิรัก อย่าตั้งรัฐบาลฝักใฝ่อิหร่าน
ในอีกด้านหนึ่ง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ออกมาแสดงความกังวลต่อแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลอิรัก โดยเตือนถึงความเสี่ยงของรัฐบาลที่ฝักใฝ่อิหร่าน หลังชื่อของอัลมาลิกีมีโอกาสหวนคืนสู่อำนาจ
รูบิโอ กล่าวระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับ โมฮัมเหม็ด ชีอะห์ อัลซูดานี นายกรัฐมนตรีอิรักคนปัจจุบันว่า รัฐบาลชุดใหม่ควรทำให้อิรักเป็น “พลังแห่งเสถียรภาพ ความมั่งคั่ง และความมั่นคงในตะวันออกกลาง” พร้อมย้ำว่า รัฐบาลที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของอิหร่าน ไม่สามารถคำนึงถึงผลประโยชน์ของอิรักเป็นอันดับแรก หรือกันประเทศออกจากความขัดแย้งในภูมิภาคได้
แหล่งข่าวการเมืองอิรักเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า สหรัฐมีทัศนะเชิงลบต่อรัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่นำโดยอัลมาลิกี และได้ส่งสัญญาณว่า แม้การเลือกนายกรัฐมนตรีจะเป็นการตัดสินใจของอิรัก แต่สหรัฐจะกำหนดท่าทีของตนเองต่อรัฐบาลชุดใหม่ตามผลประโยชน์ของวอชิงตัน
ใครคือ นูรี อัลมาลิกี
อัลมาลิกี วัย 75 ปี พ้นจากอำนาจในปี 2014 และกำลังจะกลับสู่เวทีการเมืองในช่วงที่ตะวันออกกลางเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น โดยรัฐบาลใหม่ของอิรักจะต้องรักษาสมดุลระหว่างแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ กับอิทธิพลของสองมหาอำนาจหลัก
อัลมาลิกี เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 2006 ด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐ และในช่วงแรกสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของวอชิงตันในการต่อสู้กับอัลกออิดะห์ในอิรัก อย่างไรก็ตาม ต่อมาสหรัฐเปลี่ยนท่าที โดยมองว่าเขาดำเนินนโยบายที่แบ่งแยกนิกายอย่างรุนแรง ซึ่งมีส่วนเอื้อให้การขยายตัวของกลุ่มไอเอสในเวลาต่อมา
ในฐานะพันธมิตรใกล้ชิดของอิหร่าน อัลมาลิกีคาดว่าจะต้องเผชิญข้อเรียกร้องจากสหรัฐให้รัฐบาลแบกแดดจัดการกับกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะราน ซึ่งหลายกลุ่มถูกสหรัฐจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย แม้ว่าจะมีที่นั่งในรัฐสภาและมีอิทธิพลทางการเมืองเพิ่มขึ้น
เจ้าหน้าที่และนักการทูตอิรักเปิดเผยกับเอเอฟพีเมื่อเดือนที่แล้วว่า วอชิงตันเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่กันกลุ่มติดอาวุธที่หนุนอิหร่านออกจากโครงสร้างอำนาจ ขณะที่เศรษฐกิจอิรักยังเติบโตอย่างอ่อนแอ และไม่สามารถเสี่ยงต่อมาตรการลงโทษจากสหรัฐ ซึ่งได้คว่ำบาตรหน่วยงานอิรักหลายแห่งแล้ว โดยกล่าวหาว่าช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
อ้างอิง: อาหรับนิวส์, อัลอะราบิยา