วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ยังไม่อยู่ในพื้นที่ CENTCOM ท่ามกลางคำเตือนภัยคุกคามจากฝูงโดรนอิหร่าน

-

กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินรบ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ยัง ไม่ได้อยู่ในเขตความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ในมหาสมุทรอินเดีย แม้จะเข้าใกล้แล้วก็ตาม

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยกับสื่อสหรัฐ ฟอกซ์นิวส์ (Fox News Digital) ตามรายงานเมื่อ 25 ม.ค. ว่า “มันอยู่ใกล้มาก แต่ในทางเทคนิคยังไม่อยู่ใน CENTCOM” ซึ่งหมายความว่ากลุ่มเรือดังกล่าวยังไม่สามารถเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านได้ในขณะนี้

การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางคำเตือนจากนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงว่า ภัยคุกคามจาก ฝูงโดรนอิหร่าน อาจสร้างความเสี่ยงต่อกำลังรบทางทะเลของสหรัฐฯ

คาเมรอน เชลล์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Draganfly กล่าวกับฟอกซ์นิวส์ว่า การที่อิหร่านพึ่งพาระบบอากาศยานไร้คนขับต้นทุนต่ำมากขึ้น กำลังก่อให้เกิด ภัยคุกคามที่เป็นไปได้จริง ต่อทรัพย์สินทางทหารมูลค่าสูงของสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินรบ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น

เชลล์อธิบายว่า อิหร่านสามารถปล่อยโดรนจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อถ่วงและทำให้ระบบป้องกันทำงานเกินขีดความสามารถ โดยระบบป้องกันสมัยใหม่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับการโจมตีลักษณะนี้โดยเฉพาะ

เขาระบุว่า “ด้วยการจับคู่หัวรบต้นทุนต่ำเข้ากับแพลตฟอร์มการส่งที่มีราคาถูก ซึ่งโดยพื้นฐานคืออากาศยานที่ควบคุมจากระยะไกล อิหร่านได้พัฒนาภัยคุกคามเชิงอสมมาตรที่มีประสิทธิภาพต่อระบบทหารขั้นสูง”

เชลล์กล่าวว่า อิหร่านสามารถปล่อยโดรนที่มีความซับซ้อนไม่สูงนักเป็นจำนวนมาก มุ่งโจมตีเรือรบโดยตรงในลักษณะการระดมโจมตีพร้อมกัน ซึ่งอาจทำให้ระบบป้องกันแบบดั้งเดิมรับมือไม่ทัน

“หากมีการปล่อยโดรนหลายร้อยลำในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็แทบจะแน่นอนว่าบางส่วนจะสามารถเล็ดลอดผ่านการป้องกันเข้าไปได้” เขากล่าว

เขายังระบุว่า “ระบบป้องกันสมัยใหม่ไม่ได้ถูกออกแบบมาแต่แรกเพื่อรับมือกับการโจมตีแบบระดมพร้อมกันลักษณะนี้ สำหรับเรือผิวน้ำของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการใกล้อิหร่าน เรือรบเหล่านี้จึงเป็นเป้าหมายสำคัญโดยตรง”

รายงานของฟอกซ์นิวส์ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังเสริมกำลังทหารในภูมิภาคผ่านทางอากาศ บก และทะเล รวมถึงการส่งฝูงบินขับไล่ F-15 และเครื่องบินลำเลียง C-17 ที่บรรทุกอุปกรณ์หนักเข้าประจำการในพื้นที่แล้ว

หลังจากกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินลินคอล์นเข้าสู่เขต CENTCOM คาดว่าจะต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะพร้อมต่อสภาพปฏิบัติการเต็มรูปแบบ ขณะที่ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่เกี่ยวกับขีดความสามารถของระบบป้องกันบนเรือในการรับมือกับโดรนจำนวนมาก รวมถึงโดรนโจมตีแบบทางเดียวที่ออกแบบมาให้พุ่งชนเป้าหมาย

เชลล์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กองทัพสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรจะเร่งพัฒนาระบบป้องกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าขีดความสามารถใหม่ของกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น จะสามารถรับมือกับโดรนอิหร่านหลายลำที่บินเป็นรูปขบวนพร้อมกันได้เพียงใด

“โดรนเหล่านี้ทำให้อิหร่านมีหนทางที่เป็นไปได้จริงในการคุกคามเรือผิวน้ำ” เขากล่าว พร้อมระบุว่า “ทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคมีขนาดใหญ่ เคลื่อนที่ช้า และสามารถตรวจจับได้ง่ายด้วยเรดาร์ ซึ่งทำให้ตกเป็นเป้าหมายได้ไม่ยาก”

เชลล์ชี้ว่า จุดแข็งของอิหร่านไม่ได้อยู่ที่อาวุธขนาดใหญ่ แต่เป็นระบบโดรนต้นทุนต่ำที่สามารถใช้งานได้ในปริมาณมาก โดยเฉพาะโดรนโจมตีแบบทางเดียวที่ถูกออกแบบให้พุ่งเข้าชนเป้าหมายและระเบิด

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า อิหร่านได้เปรียบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นในการพัฒนาโดรนที่เรียกว่า ระบบประเภทหนึ่งและประเภทสอง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มต้นทุนต่ำที่สามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก และนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในสงครามเชิงอสมมาตร

เรื่องล่าสุด