
ภาพถ่ายดาวเทียมที่เพิ่งเผยแพร่ล่าสุดชี้ว่า อิหร่านได้สร้างโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่คลุมสิ่งปลูกสร้างใหม่ในพื้นที่ทางทหารอ่อนไหว พร้อมกลบด้วยดินหนาแน่น เดินหน้าปรับปรุงฐานที่เคยถูกอิสราเอลโจมตีในปี 2567 ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงกับสหรัฐฯ และความเสี่ยงของสงครามระดับภูมิภาค
ตามรายงานของอัลจาซีรา ภาพชุดเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่า อิหร่านได้ฝังทางเข้าของอุโมงค์ในพื้นที่นิวเคลียร์ที่เคยถูกสหรัฐฯ โจมตีระหว่างสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเมื่อปีก่อน รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้ทางเข้าอุโมงค์ใกล้เมืองนาทานซ์ และซ่อมแซมฐานยิงขีปนาวุธที่เสียหายจากการสู้รบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศทั่วโลกจับตาความเป็นไปได้ของการปะทะครั้งใหญ่
พาร์ชิน จุดศูนย์กลางความกังวล
หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ศูนย์วิจัยพาร์ชิน ฐานทัพลับห่างจากกรุงเตหะรานราว 30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางทหารที่สุดของอิหร่าน หน่วยข่าวกรองตะวันตกเคยประเมินว่า อิหร่านอาจทดสอบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจุดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ที่นี่เมื่อกว่า 20 ปีก่อน แม้อิหร่านจะยืนกรานมาโดยตลอดว่าโครงการนิวเคลียร์มีเป้าหมายด้านพลเรือนเท่านั้น
รายงานระบุว่า อิสราเอลโจมตีพาร์ชินในเดือนตุลาคม 2567 ภาพถ่ายก่อนและหลังการโจมตีเผยให้เห็นความเสียหายหนักต่ออาคารสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ และการเริ่มก่อสร้างใหม่ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน
ภาพจากเดือนตุลาคม 2568 แสดงโครงสร้างใหม่ที่กำลังก่อรูป พร้อมอาคารขนาดเล็กอีกสองหลัง ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน มีหลังคาโลหะปกคลุมสิ่งปลูกสร้างหลัก แต่ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ โครงสร้างดังกล่าวกลับ “หายไปจากสายตา” เมื่อถูกปิดทับด้วยสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นโครงสร้างคอนกรีตหนา
“โลงคอนกรีต” Taleghan 2
สถาบัน สถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ (ISIS) วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 22 มกราคม ระบุถึงความคืบหน้าในการสร้าง “โลงคอนกรีต” คลุมโรงงานใหม่ในพื้นที่ ซึ่งถูกระบุชื่อว่า Taleghan 2
เดวิด อัลไบรท์ ผู้ก่อตั้งสถาบัน เขียนบน X ว่า “การชะลอการเจรจามีประโยชน์ของมัน ในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านเร่งฝังโรงงาน Taleghan 2 … มีการนำดินมาถมเพิ่ม และโรงงานอาจกลายเป็นบังเกอร์ที่แทบไม่อาจจดจำได้ ให้การป้องกันจากการโจมตีทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญ”
ฝังอุโมงค์นิวเคลียร์ อิสฟาฮาน–นาทานซ์
รายงานของ ISIS ยังระบุว่า ภาพถ่ายช่วงปลายเดือนมกราคมแสดงความพยายามใหม่ในการฝังทางเข้าอุโมงค์สองแห่งที่ อิสฟาฮาน หนึ่งในสามโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีในเดือนมิถุนายน ระหว่างสงครามกับอิสราเอล โดยต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทางเข้าอุโมงค์ทั้งหมดถูกฝัง “จนมิดชิด”
ขณะเดียวกัน ใกล้ นาทานซ์ ภาพถ่ายตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์ชี้ถึงความพยายามเสริมความแข็งแกร่งและป้องกันทางเข้าอุโมงค์ใต้ภูเขาอีกสองจุด ห่างจากโรงงานหลักราว 2 กิโลเมตร
การทูตคืบหน้า แต่กองกำลังขยับพร้อมรบ
ทั้งหมดเกิดขึ้นในขณะที่วอชิงตันพยายามผลักดันการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับเตหะราน พร้อมขู่ใช้กำลังหากการเจรจาล้มเหลว ตัวแทนสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งบรรลุความเข้าใจใน “หลักการชี้นำ” ระหว่างการประชุมที่นครเจนีวา แม้ยังไม่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ หลังจากการหารือรอบแรกที่โอมานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์
รายงานระบุว่า อิหร่านอาจเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมภายในสองสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือแรงกดดันจากสหรัฐฯ และอิสราเอลให้ขยายกรอบข้อตกลงไปครอบคลุมโครงการขีปนาวุธและการสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาค ซึ่งเตหะรานยืนยันว่า “ไม่อาจต่อรองได้”
ขณะการทูตเดินหน้าอย่างระมัดระวัง ทั้งสองฝ่ายกลับเพิ่มแรงกดดันทางทหาร กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านจัดการซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเตรียมรับ “ภัยคุกคามด้านความมั่นคงและการทหารที่อาจเกิดขึ้น”
ด้านเตหะรานประกาศซ้อมรบร่วมทางเรือกับรัสเซียในทะเลโอมาน ขณะที่สหรัฐฯ เพิ่มกำลังในภูมิภาค โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองเข้าประจำการ เสริมกำลังเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอน ที่ประจำการใกล้ชายฝั่งอิหร่าน
ทำเนียบขาวยังส่งสัญญาณแข็งกร้าว โดยโฆษก คาโรไลน์ เลวิตต์ ระบุว่า “อิหร่านควรฉลาดพอที่จะทำข้อตกลง” ขณะที่ทรัมป์เขียนบน Truth Social เตือนว่า หากอิหร่านปฏิเสธข้อตกลง สหรัฐฯ อาจใช้ฐานทัพในมหาสมุทรอินเดียเพื่อ “กำจัดภัยคุกคามจากระบอบที่ไม่มั่นคงและอันตราย”







