แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของอิสราเอลประเมินว่า “อัลฮูต” ตอร์ปิโดความเร็วสูงพิเศษของอิหร่าน คืออาวุธหลักที่เตหะรานใช้เป็นเดิมพันในการข่มขู่กองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง หลังวอชิงตันเสริมกำลังทางทะเลในภูมิภาค

สกายนิวส์อาระเบียรายงาน อ้างอิงสื่ออิสราเอลว่า การประเมินดังกล่าวตั้งอยู่บนถ้อยแถลงของ อะลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการเดินทางเข้าสู่ตะวันออกกลางของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และ ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด

เร็วๆ นี้คาเมเนอีกล่าวในถ้อยแถลงที่ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงวอชิงตันว่า “อาวุธที่สามารถจมเรือได้ อันตรายยิ่งกว่าตัวเรือเสียอีก” พร้อมระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินเป็นอาวุธที่อันตรายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อันตรายกว่าคืออาวุธที่สามารถส่งมันลงสู่ก้นทะเลได้

แหล่งข่าวอิสราเอลมองว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวอาจพุ่งเป้าไปที่ ตอร์ปิโด “อัลฮูต” (The Hoot แปลว่า ปลาวาฬ) ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแกนหลักของยุทธศาสตร์กองทัพเรืออิหร่านในการรับมือกับความได้เปรียบทางทะเลของสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า “อัลฮูต” เชื่อกันว่าเป็นรุ่นพัฒนาต่อยอดจากตอร์ปิโดรัสเซีย VA-111 Shkval และทำงานด้วยเทคโนโลยี “การเกิดโพรงอากาศเหนือเสียง” (Supercavitation) โดยเคลื่อนที่ภายในฟองก๊าซที่ช่วยลดแรงเสียดทานกับน้ำ ทำให้มีความเร็วสูงถึงราว 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่าตอร์ปิโดทั่วไปมากกว่า 4 เท่า

ตอร์ปิโดดังกล่าวใช้เครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็ง สามารถยิงได้จากเรือดำน้ำ เรือผิวน้ำ หรือแท่นยิงทางทะเลอื่นๆ และติดตั้งหัวรบระเบิดน้ำหนักประมาณ 210 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม การประเมินของอิสราเอลระบุว่า แม้ความเร็วสูงของ “อัลฮูต” จะลดเวลาการตอบสนองของเป้าหมาย ทำให้การสกัดกั้นทำได้ยาก แต่ตอร์ปิโดชนิดนี้ก็มีข้อจำกัดด้านระยะยิง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 10–50 กิโลเมตร รวมถึงปัญหาในการนำวิถี เนื่องจากเสียงรบกวนสูงจากการเคลื่อนที่ภายในฟองก๊าซ