ทัศนคติความรู้สึกเห็นอกเห็นใจของชาวอเมริกันต่ออิสราเอลตกลงมาใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่การสนับสนุนการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อิสระพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ ตามผลสำรวจล่าสุดของ แกลลัป ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของความเห็นสาธารณะในสหรัฐฯ ต่อปัญหาตะวันออกกลาง

รายงานการสำรวจทัศนคติประจำปีของแกลลัป (Gallup) บริษัทที่ปรึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลจากสหรัฐฯ เกี่ยวกับตะวันออกกลาง เผยแพร่ 27 ก.พ. 69 บนเว็บไซต์ ระบุว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปีที่ชาวอเมริกันแสดงความเห็นอกเห็นใจชาวปาเลสไตน์ มากกว่าอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการพลิกแนวโน้มระยะยาวที่อิสราเอลเคยนำห่างแบบเลขสองหลักมาโดยตลอด

จากการสำรวจชาวอเมริกัน 1,001 คน ดำเนินการโดยบริษัท ReconMR ระหว่างวันที่ 2–16 กุมภาพันธ์ พบว่า 41% ระบุว่าเห็นอกเห็นใจชาวปาเลสไตน์มากกว่า ขณะที่ 36% เห็นอกเห็นใจชาวอิสราเอล แกลลัประบุว่า แม้ความแตกต่างเพียง 5 เปอร์เซ็นต์นั้นไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากปีก่อน ที่ 46% เห็นอกเห็นใจอิสราเอล เทียบกับ 33% สำหรับปาเลสไตน์ และคะแนนนำที่มากกว่านี้ในช่วง 24 ปีที่ผ่านมา

แกลลัประบุว่า ตลอดช่วงปี 2001–2025 อิสราเอลเคยครองความเห็นใจของสาธารณชนสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีช่องว่างเฉลี่ยอยู่ที่ 43 คะแนนระหว่างปี 2001 ถึง 2018 แต่ช่องว่างดังกล่าวเริ่มแคบลงตั้งแต่ปี 2019 หลายปีก่อนก่อนเหตุโจมตีของฮามาสเมื่อ 7 ตุลาคม 2023 และสงครามในฉนวนกาซา การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ดำเนินต่อเนื่องจนถึงจุดที่อิสราเอลไม่สามารถรักษาความได้เปรียบทางความรู้สึกของชาวอเมริกันไว้ได้อีกต่อไป

ปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ ซึ่งขณะนี้เอนเอียงไปทางปาเลสไตน์ 41% ต่อ 30% จากเดิมที่มักเทใจให้อิสราเอล โดยในปีที่แล้ว กลุ่มนี้ยังเห็นอกเห็นใจอิสราเอลมากกว่าปาเลสไตน์ 42% ต่อ 34%

ในทางการเมือง พรรคเดโมแครตยังคงสนับสนุนปาเลสไตน์ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดย 65% ระบุว่าเห็นอกเห็นใจปาเลสไตน์ เทียบกับ 17% สำหรับอิสราเอล ขณะที่พรรครีพับลิกันยังคงเอนเอียงไปทางอิสราเอล 70% ต่อ 13% อย่างไรก็ดี การสนับสนุนอิสราเอลในหมู่รีพับลิกันลดลงถึง 10 จุดร้อยละจากปี 2024 ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2004

ช่องว่างระหว่างวัยก็ปรากฏชัดเช่นกัน กลุ่มอายุ 18–34 ปี มีถึง 53% ที่เห็นอกเห็นใจปาเลสไตน์ เป็นครั้งแรกที่คนรุ่นนี้เกินกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่เพียง 23% เห็นอกเห็นใจอิสราเอล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนกลุ่มอายุ 35–54 ปี ก็พลิกท่าทีมาเห็นอกเห็นใจปาเลสไตน์ 46% ต่อ 28% จากเดิมเมื่อปีก่อนที่อิสราเอลยังนำอยู่

แม้ชาวอเมริกันอายุ 55 ปีขึ้นไปยังคงเห็นอกเห็นใจอิสราเอลมากกว่า แต่สัดส่วนลดลงเหลือ 49% เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2005 ที่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง

นอกจากประเด็นความเห็นอกเห็นใจแล้ว ผลสำรวจยังชี้ว่า คะแนนความนิยมโดยรวมของอิสราเอลลดลงมาอยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดที่แกลลัปเคยบันทึกไว้ ขณะที่ทัศนคติต่อดินแดนปาเลสไตน์ แม้ยังเป็นลบในภาพรวม แต่กลับเป็นบวกมากที่สุดเท่าที่เคยมีการวัด

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนแนวทาง “สองรัฐ” ในหมู่ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดย 57% สนับสนุนการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อิสระควบคู่กับ อิสราเอล ขณะที่ 28% คัดค้าน และ 15% ยังไม่แสดงความเห็น

การสนับสนุนดังกล่าวสูงที่สุดในหมู่เดโมแครตที่ 77% และในกลุ่มอิสระ 57% ส่วนรีพับลิกันอยู่ที่ 33% หลังผันผวนหนักนับตั้งแต่เหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งทำให้การสนับสนุนดิ่งลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปีถัดมา

แกลลัปชี้ว่า ช่องว่างความเห็นระหว่างเดโมแครตและรีพับลิกันในประเด็นนี้ ซึ่งอยู่ที่ 44 จุดร้อยละ ถือว่ากว้างที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ ยกเว้นปี 2024

อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันยังคงสนับสนุนแนวคิดสองรัฐมากกว่าทั้งชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์เอง โดยในปี 2025 มีเพียง 27% ของชาวอิสราเอล และ 33% ของชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์และเยรูซาเลมตะวันออก ที่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว