(7 มี.ค. 69) ซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่จากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียว่า บางประเทศอาหรับผู้ส่งออกน้ำมันกำลังทบทวนการลงทุนในต่างประเทศ หลังสงครามกับอิหร่านเริ่มสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของภูมิภาค

การทบทวนดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้รับคำมั่นจากประเทศอ่าวอาหรับว่าจะลงทุนในเศรษฐกิจสหรัฐรวมกันราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ ระหว่างการเยือนภูมิภาคในทริปต่างประเทศครั้งแรกของเขาเมื่อปีที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า หลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้เริ่มการประเมินภายใน เพื่อพิจารณาว่าสามารถใช้เงื่อนไข “เหตุสุดวิสัย” ในสัญญาต่างประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่านได้หรือไม่

เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนแรงกดดันด้านงบประมาณที่เพิ่มขึ้น จากรายได้พลังงานที่ลดลงเนื่องจากการผลิตชะลอตัวและการส่งออกถูกรบกวน

นอกจากนี้ ภูมิภาคยังเผชิญผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยวและการบินที่ซบเซา รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าประเทศใดกำลังพิจารณาทบทวนการลงทุนดังกล่าว โดยสำนักข่าวได้ติดต่อกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และซาอุดีอาระเบียเพื่อขอความเห็น

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า เศรษฐกิจขนาดใหญ่สามในสี่ของภูมิภาค ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์ กำลังพิจารณาทางเลือกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูลไม่ได้ระบุว่าประเทศใดเป็นผู้ดำเนินการทบทวน

นักวิเคราะห์มองว่า หากการลงทุนของประเทศอ่าวเปอร์เซียในสหรัฐชะลอตัว อาจเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทรัมป์ให้เร่งหาทางยุติสงครามในตะวันออกกลาง