ฮิซบุลเลาะห์ในเลบานอนแสดงความยินดีต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หลัง อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด มุจตะบา คาเมเนอี ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดคนที่สามของการปฏิวัติอิสลาม สืบต่อจากบิดา อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อะลี ฮุสเซนี คาเมเนอี ผู้ล่วงลับ ซึ่งนำอิหร่านมานานหลายทศวรรษ

อัลมานาร์รายงานว่า ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค. 69) ฮิซบุลเลาะห์ยกย่องผู้นำสูงสุดคนก่อนว่าเป็นผู้รักษาแนวทางของการปฏิวัติอิสลาม และวางรากฐานเส้นทางแห่งศักดิ์ศรี เอกราช และความเข้มแข็งในการเผชิญหน้ากับ “กองกำลังแห่งความโอหังของโลก”

ชื่นชมสภาผู้เชี่ยวชาญ

ฮิซบุลเลาะห์ยังกล่าวชื่นชมบทบาทของ สภาผู้เชี่ยวชาญแห่งอิหร่าน ที่ดำเนิน “ภารกิจทางประวัติศาสตร์และชอบธรรม” ในการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเกิดการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านในช่วงเวลาเดียวกัน

แถลงการณ์ระบุว่า

“สภาผู้เชี่ยวชาญเองตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเพื่อพยายามขัดขวางการเลือกผู้นำคนใหม่ อย่างไรก็ตาม การเลือกซัยยิด มุจตะบา คาเมเนอี ทำให้ศัตรูของอิหร่านต้องผิดหวังและสับสน”

ส่งสัญญาณถึงศัตรูของอิหร่าน

ฮิซบุลเลาะห์กล่าวว่าการเลือกผู้นำอย่างรวดเร็วและรอบคอบเป็น “สารสำคัญ” ไปถึงศัตรูของอิหร่านและศัตรูของโลกมุสลิม ว่าอิหร่านจะไม่ยอมถูกข่มขู่จากการโจมตีหรือแรงกดดันใดๆ

“ความพยายามที่จะบ่อนทำลายการปฏิวัติจะล้มเหลวต่อหน้าการเสียสละของนักสู้ เลือดของบรรดาชะฮีด และความมั่นคงของผู้นำ อำนาจทั้งหมดของสหรัฐฯ และ ‘อิสราเอล’ จะไม่สามารถทำลายเจตจำนงของประชาชนอิหร่านได้”

กลุ่มดังกล่าวยังยืนยันว่าการปฏิวัติอิสลามจะเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็งบนเส้นทางของ วิลายัต อัลฟะกีฮ์ (Wilayat al-Faqih) หรือหลักการอำนาจการปกครองของนักนิติศาสตร์อิสลาม

ยืนยันความภักดีต่อแนวทางการปฏิวัติ

ท้ายแถลงการณ์ ฮิซบุลเลาะห์แสดงความยินดีต่ออยาตุลเลาะห์ มุจตะบา คาเมเนอี และย้ำคำมั่นว่าจะยืนหยัดในแนวทางเดียวกัน พร้อมภาวนาให้ผู้นำคนใหม่ประสบความสำเร็จในการสืบทอดมรดกของ อิหม่าม รูฮุลเลาะห์ โคมัยนี และแบกรับความไว้วางใจอันยิ่งใหญ่นี้ต่อไป

ฮิซบุลเลาะห์ยังขอพรให้พระผู้เป็นเจ้าปกป้องผู้นำและประชาชนอิหร่าน และแสดงความหวังว่าสาธารณรัฐอิสลามจะผ่านพ้นความขัดแย้งในปัจจุบันด้วยชัยชนะและความเข้มแข็งยิ่งขึ้น