เดอะพับลิกโพสต์ – รายงานพิเศษของสำนักข่าวซีบีเอส นิวส์ระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐในคูเวตช่วงต้นสงครามนั้น “รุนแรงมากกว่าที่เปิดเผยก่อนหน้านี้” โดยมีทหารอเมริกันบาดเจ็บหลายสิบราย รวมถึงอาการบาดเจ็บทางสมอง แผลสะเก็ดระเบิด และแผลไฟไหม้ ขณะที่บางรายอาจต้องตัดอวัยวะ
รายงานระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 69 ที่ศูนย์ปฏิบัติการทางยุทธวิธีภายในท่าเรือชูไอบา ใกล้กรุงคูเวตซิตี และส่งผลให้ทหารสหรัฐเสียชีวิต 6 นายในช่วงชั่วโมงแรกๆ ของสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
แหล่งข่าวหลายรายให้ข้อมูลว่า หลังการโจมตีเกิดภาพเหตุการณ์ที่ “โกลาหลและเลวร้าย” ควันจำนวนมากปกคลุมอาคาร ทำให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในเป็นไปอย่างยากลำบาก
ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า ณ คืนวันอังคาร (11 มี.ค. 69) ทหารสหรัฐมากกว่า 30 นายยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจากการโจมตีครั้งดังกล่าว โดยมี
1 นายรักษาที่ศูนย์การแพทย์กองทัพบรูค เมืองซานอันโตนิโอ
12 นายที่ศูนย์การแพทย์วอลเตอร์ รีด ใกล้กรุงวอชิงตัน
ราว 25 นายที่โรงพยาบาลทหารแลนด์สทูลในเยอรมนี
ในจำนวนนี้ ประมาณ 20 นายถูกลำเลียงด้วยเครื่องบินลำเลียงทหาร C-17 ไปยังเยอรมนีเมื่อวันอังคาร โดยกองทัพจัดประเภทอาการบาดเจ็บว่า “เร่งด่วน” และต้องอพยพเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็ว
แหล่งข่าวระบุว่า อาการบาดเจ็บรวมถึงการกระทบกระเทือนทางสมอง การสูญเสียความทรงจำ และอาการคอนคัสชัน ขณะที่มีการส่งบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า 100 คนไปยังโรงพยาบาลแลนด์สทูลเพื่อช่วยดูแลผู้บาดเจ็บ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผู้บาดเจ็บทั้งหมด โดยในวันเกิดเหตุ (1 มี.ค. 69) เพนตากอนระบุเพียงว่า มีทหาร 5 นายบาดเจ็บสาหัส และ “อีกหลายคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิดและการกระแทก”
แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า ทหารสองนายเคยถูกระบุว่าสูญหายหลังการโจมตี ก่อนจะถูกพบในเวลาต่อมาภายใต้ซากอาคารที่ถล่มลงมา
โฆษกเพนตากอน ฌอน พาร์เนลล์ เปิดเผยเมื่อวันอังคารซึ่งเป็นวันที่ 11 ของสงครามว่า ทหารอเมริกันประมาณ 140 นายได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบจนถึงขณะนี้ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดสถานที่หรือช่วงเวลาที่ได้รับบาดเจ็บ
พาร์เนลล์ระบุในแถลงการณ์ว่า “ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อย และมีทหาร 108 นายกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว ขณะที่ทหาร 8 นายยังคงอยู่ในสถานะบาดเจ็บสาหัสและกำลังได้รับการรักษาระดับสูงสุด”








