วันที่ 31 กรกฎาคม ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง เมื่อย้อนกลับไปในปี 2567 โลกได้รับข่าวการเสียชีวิตของ อิสมาอีล ฮานิยะห์ (Ismail Haniyeh) หัวหน้าสำนักการเมืองของกลุ่มฮามาส ซึ่งถูกลอบสังหารภายในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ระหว่างเดินทางไปร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดี มัซอูด เปเซชคียอน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 โดยฮามาสประกาศว่า ฮานิยะห์เสียชีวิตพร้อมบอดี้การ์ดจากการโจมตีที่พักในกรุงเตหะราน พร้อมกล่าวหาอิสราเอลว่าอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการ ขณะที่อิสราเอลไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธในเวลานั้น ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการยอมรับจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลว่าเป็นปฏิบัติการของอิสราเอล

การลอบสังหารครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาค เนื่องจากเกิดขึ้นในเมืองหลวงของอิหร่าน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของฮามาส และถือเป็นการเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี ส่งผลให้รัฐบาลอิหร่านเร่งสอบสวนและจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง

ฮานิยะห์เกิดเมื่อปี 2505 ที่ค่ายผู้ลี้ภัยอัลชาตีในฉนวนกาซา เขาเข้าร่วมขบวนการฮามาสตั้งแต่ช่วงการลุกฮืออินติฟาดะห์ครั้งแรก ก่อนก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลฮามาสหลังการเลือกตั้งปี 2549 และดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักการเมืองของฮามาสตั้งแต่ปี 2560

ในช่วงสงครามกาซาที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2566 ฮานิยะห์เป็นบุคคลสำคัญในการเจรจากับกาตาร์ อียิปต์ และประเทศตัวกลาง เพื่อผลักดันข้อตกลงหยุดยิงและการแลกเปลี่ยนตัวประกัน แม้จะพำนักอยู่นอกฉนวนกาซาเป็นหลัก

การเสียชีวิตของฮานิยะห์เกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังอิสราเอลสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของฮิซบุลเลาะห์ในกรุงเบรุต ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าสถานการณ์จะลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงในเวลาต่อมา ขณะที่ฮามาสได้แต่งตั้งผู้นำคนใหม่เพื่อเดินหน้าการบริหารองค์กรท่ามกลางสงครามที่ยังดำเนินอยู่

วันนี้ ครบรอบ 2 ปี ของการลอบสังหารอิสมาอีล ฮานิยะห์ เหตุการณ์ครั้งนั้นยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปฏิบัติการที่ส่งผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางมากที่สุดในศตวรรษที่ 21 ไม่เพียงเปลี่ยนโครงสร้างผู้นำของฮามาส แต่ยังเป็นชนวนสำคัญที่เร่งให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านและพันธมิตรขยายตัว จนกลายเป็นวิกฤตที่ยังคงส่งผลต่อภูมิภาคและการเมืองโลกมาจนถึงปัจจุบัน.