กรมโรงงานฯ เปิดสถิติการขยายโรงงาน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve พร้อมชูนโยบายส่งเสริมการจดขยายโรงงานแห่งอนาคตเพื่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย

74

กรุงเทพ 2 พฤษภาคม 2559 –  กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เผยข้อมูลสถิติการจดประกอบและขยายโรงงานกลุ่ม S-Curve ปี 57-59 มีศักยภาพสูง 4 ประเภทอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมยานยนต์สมัย อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ มีตัวเลขมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2 แสนล้านบาท

ดร.พสุ  โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โดยในปี 2558 ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต หรือ S-Curve ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 2 รูปแบบ ด้วยกันคือ 1.การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร 2.การพัฒนา 5 อุตสาหกรรมอนาคต ได้แก่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิตอล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร  ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีบทบาทในการช่วยส่งเสริมการจัดตั้งโรงงานตลอดจนการอำนวยความสะดวกรวมถึงให้คำปรึกษาในการจัดตั้งและขยายโรงงานดังกล่าวให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม (2)

ดร.พสุ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยล่าสุดจากสถิติการจดประกอบกิจการและการขยายโรงงานเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2557 – 26 เมษายน 2559 พบว่า 4 ประเภทอุตสาหกรรมดังกล่าว มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมมูลค่าลงทุนกว่า 245,383.34 ล้านบาท ได้แก่

  1. อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร มีจำนวนโรงงานที่จดประกอบและขยาย จำนวน 985 โรงงาน มีการใช้แรงงานจำนวนมาก มีมูลค่าการลงทุนปี 2557-2559 กว่า 117,019.46 ล้านบาท และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาสูงโดยกลุ่มจังหวัดที่มีขยายตัว อาทิ จังหวัดสมุทรสาคร ปทุมธานี และกรุงเทพฯ
  2. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ มีจำนวนโรงงานที่จดประกอบและขยาย จำนวน 307 โรงงาน ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีมูลค่าถึง 5.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดย กลุ่มจังหวัดที่มีขยายตัว อาทิ สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร
  3. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีจำนวนโรงงานที่จดประกอบและขยาย จำนวน 275 โรงงาน โดยกลุ่มจังหวัดที่มีขยายตัว อาทิ จังหวัดชลบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ
  4. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ มีจำนวนโรงงานที่จดประกอบและขยาย จำนวน 52 โรงงาน โดยจังหวัดที่มีการเติบโต อาทิ อ่างทอง นครสวรรค์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และแขนกล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมในกลุ่ม News S-Curve ปัจจุบันมีการจดประกอบโรงงาน จำนวน 11 โรงงาน มีมูลค่าการลงทุนรวม 302.33 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลประชากรศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนรวม 20 จังหวัด มีกลุ่มผู้ใช้แรงงานจำนวนมากที่สุด มีจำนวนแรงงาน 321,855 ราย โดย ปี 2557-2559 มีโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 จดประกอบกิจการจำนวน 1,698 โรงงาน โดยจังหวัดที่มีการจดประกอบกิจการเพิ่มขึ้น 5 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ ตามลำดับ และมีกลุ่มประเภทโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และแปรรูปอาหาร ดร.พสุ กล่าวทิ้งท้าย