PUTATAN, 27 Nov -- Perdana Menteri Datuk Seri Anwar Ibrahim merangkap Pengerusi Pakatan Harapan (PH) berkempen di Karnival HARAPAN Urang Sabah di Petagas di sini. --fotoBERNAMA (2025) HAK CIPTA TERPELIHARA

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ปฏิเสธคำขู่จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ 8 คน ที่เรียกร้องให้ระงับเงินสนับสนุนโครงการฝึกอบรมทางทหาร หากกัวลาลัมเปอร์ไม่ยกเลิกนโยบายห้ามพลเมืองอิสราเอลเข้าประเทศ พร้อมยืนยันว่าเป็นสิทธิอธิปไตยของมาเลเซียในการกำหนดนโยบายดังกล่าว

ตามรายงานของ SCMP อันวาร์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เมืองเซอเรมบันเมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) ว่า “นี่เป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง เพราะมาเลเซียดำเนินนโยบายนี้มานานหลายทศวรรษแล้ว”

เขาย้ำว่า “เราต่อต้านการอยู่ในประเทศของพลเมืองอิสราเอลทุกคน ไม่ใช่ชาวยิว แต่เป็นพลเมืองอิสราเอล เพราะพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหาร อาชญากรรม และการกดขี่รวมถึงการล่าอาณานิคมต่อปาเลสไตน์และกาซาอย่างต่อเนื่อง”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต 8 คน ส่งหนังสือถึงนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวหาอันวาร์ว่าประกาศจะ “ตามล่าและขับไล่” พลเมืองของประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ เพียงเพราะสัญชาติ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจกับมาเลเซีย

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มดังกล่าวยังเรียกร้องให้ระงับงบประมาณโครงการ International Military Education and Training (IMET) ภายใน 15 วัน หากมาเลเซียไม่เปลี่ยนนโยบาย โดยระบุว่า “การที่มาเลเซียไม่ยอมรับอิสราเอลก็น่ากังวลอยู่แล้ว และไม่ควรได้รับการสนับสนุนจากผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน”

นอกจากนี้ ยังกล่าวหาว่ารัฐบาลมาเลเซียยังคงมีความสัมพันธ์กับกลุ่มฮามาส และอ้างว่านักรบของกลุ่มได้รับการฝึกในดินแดนมาเลเซีย

อันวาร์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่าไม่เคยปิดบังการติดต่อกับผู้นำฮามาส ซึ่งเป็นการพบปะเพื่อแสดงความเสียใจหลังสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล

เขากล่าวว่า “พวกเขาจะออกมาข่มขู่ก็ได้ แต่ผมจะปกป้องสิทธิของประชาชนมาเลเซีย และยืนหยัดตามการตัดสินใจของชาวมาเลเซียที่จะไม่อนุญาตให้พลเมืองอิสราเอลเข้าประเทศต่อไป”

ข้อพิพาทครั้งนี้มีชนวนจากการตรวจสอบ Network School ชุมชนเทคโนโลยีและดิจิทัลโนแมดในเมืองฟอเรสต์ซิตี รัฐยะโฮร์ หลังมีการกล่าวอ้างทางออนไลน์ว่ามีชาวอิสราเอลใช้หนังสือเดินทางของประเทศที่สองเข้ามาพำนักในพื้นที่ โดยอันวาร์ประกาศก่อนหน้านี้ว่า หากพบพลเมืองอิสราเอลในชุมชนดังกล่าวจะถูกเนรเทศทันที

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจสอบชาวต่างชาติ 266 คนจาก 40 ประเทศ และพบว่าทั้งหมดถือเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบบุคคล 11 คนที่เชื่อว่าถือสองสัญชาติ

ต่อมาทางการรัฐยะโฮร์ได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของ Network School และสั่งยุติการดำเนินงานตั้งแต่วันพุธ หลังพบการกระทำผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตและการใช้สถานที่ พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม

แม้อันวาร์จะตอบโต้คำขู่จากฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ แต่ยืนยันว่าความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ควรส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์โดยรวมระหว่างสองประเทศ พร้อมระบุว่า มาเลเซียยังคงต้อนรับชาวอเมริกัน บริษัท การค้า และการลงทุนจากสหรัฐฯ เช่นเดิม