ปากีสถานนำโบราณวัตถุ 904 ชิ้นกลับคืนสู่ประเทศได้สำเร็จ หลังประสานงานกับสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอิตาลี ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการนำมรดกทางวัฒนธรรมกลับประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
กระทรวงมรดกแห่งชาติและวัฒนธรรมของปากีสถานระบุว่า โบราณวัตถุที่ได้รับคืนประกอบด้วยเครื่องปั้นดินเผาหายาก รูปปั้นดินเผา ประติมากรรมหิน และวัตถุโบราณอีกหลายรายการที่มีอายุหลายพันปี
โบราณวัตถุจำนวนมากเป็นของอารยธรรมเมห์ร์การ์ห์ (Mehrgarh) ซึ่งมีอายุราว 3,500-2,200 ปีก่อนคริสตกาล และอารยธรรมคันธาระ (Gandhara) ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 2-5 สะท้อนถึงมรดกทางประวัติศาสตร์อันยาวนานของภูมิภาค
การส่งคืนโบราณวัตถุดำเนินการโดยกรมโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ (DOAM) ภายใต้กรอบอนุสัญญายูเนสโก ปี 1970 ว่าด้วยการป้องกันการลักลอบนำเข้า ส่งออก และโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยมิชอบ
ทางการปากีสถานระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือทางการทูตกับรัฐบาลต่างประเทศ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสถานเอกอัครราชทูตของปากีสถานในต่างแดน ซึ่งช่วยคลี่คลายอุปสรรคด้านกฎหมายและกระบวนการทางปกครองที่ทำให้การส่งคืนล่าช้ามาหลายปี
จากจำนวนโบราณวัตถุทั้งหมด มี 324 ชิ้นส่งคืนจากสหรัฐฯ 490 ชิ้นจากฝรั่งเศส และ 90 ชิ้นจากอิตาลี โดยสหรัฐฯ ส่งมอบผ่านความร่วมมือระหว่างสถานกงสุลใหญ่ปากีสถานในนครนิวยอร์กกับสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์ก
ฝรั่งเศสส่งมอบโบราณวัตถุชุดใหญ่หลังผ่านการตรวจสอบทางโบราณคดี ขณะที่โบราณวัตถุ 22 ชิ้นที่ตรวจพบว่าเป็นของอิหร่าน ได้ส่งคืนให้อิหร่านตามกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนอิตาลีส่งมอบโบราณวัตถุอีก 90 ชิ้น ปิดคดีการทวงคืนที่ดำเนินมายาวนาน
เพื่อให้การขนส่งเป็นไปอย่างปลอดภัย กรมโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ได้จัดตั้งระบบขนส่งเฉพาะสำหรับวัตถุพิพิธภัณฑ์ พร้อมดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อขนย้ายโบราณวัตถุจากหลายประเทศกลับสู่ปากีสถานอย่างปลอดภัย
กระทรวงฯ ระบุว่า โบราณวัตถุทั้งหมดจะได้รับการอนุรักษ์และจัดแสดงเพื่อการศึกษาและการวิจัย เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของประเทศ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบค้าโบราณวัตถุและเสริมสร้างความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อติดตามมรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกลักลอบนำออกนอกประเทศต่อไป








