คลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์บันทึกเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทอย่างดุเดือดระหว่างผู้โดยสารชาวอเมริกันและชาวอิสราเอล ณ สนามบินนานาชาตินินอย อากีโน (NAIA) ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินจะเข้ามาระงับเหตุ แยกทั้งคู่ออกและนำตัวไปสอบสวน

อัลจาซีราอาราบิกรายงานอ้างอิงสื่อท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในอาคารผู้โดยสารขาออก เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม โดยผู้ก่อเหตุคือชายชาวอเมริกันวัย 54 ปี และชายชาวอิสราเอลวัย 37 ปี ซึ่งทั้งคู่กำลังเตรียมตัวเดินทางไปยังเมืองเซบู

จากรายงานการสอบสวนของตำรวจที่สื่อนำมารายงาน ผู้โดยสารชาวอิสราเอลระบุว่า เขาได้ยินชายชาวอเมริกันพูดจาเหยียดและด่าทอเนื่องจากเขาเป็นคนเชื้อสายยิว ซึ่งรวมถึงการกล่าวหาว่าเป็น “ฆาตกรฆ่าเด็ก” (child killers) ก่อนจะเอ่ยถึง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำนาซี พร้อมกล่าวว่า “ฮิตเลอร์พูดถูก น่าเสียดายที่ฮิตเลอร์ฆ่าคนยิวไม่หมด”

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ชายชาวอิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการเตะกระเป๋าเดินทางของชายชาวอเมริกันและเข้าทำร้ายร่างกาย ส่งผลให้โต๊ะหินอ่อนบริเวณร้านขายอาหารใกล้นั้นได้รับความเสียหาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินและตำรวจการบินจะเข้ามาระงับเหตุและแยกทั้งคู่ออกจากกัน

ในทางกลับกัน ผู้โดยสารชาวอเมริกันให้การที่แตกต่างออกไป โดยอ้างว่าชายชาวอิสราเอลได้เข้ามาแทรกแซงการสนทนาส่วนตัวของเขา และเป็นฝ่ายเปิดฉากทำร้ายร่างกายก่อนโดยไม่มีการยั่วยุ

อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอที่แพร่สะพัดไม่ได้แสดงภาพเหตุการณ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จึงยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่ายได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร

เจ้าหน้าที่ตำรวจสนามบินได้เข้ามาระงับเหตุและควบคุมตัวทั้งคู่ไปสอบสวน ส่งผลให้ทั้งสองตกเที่ยวบินที่จะเดินทางไปเซบู

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ทั้งคู่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย โดยผู้โดยสารชาวอเมริกันได้ขอทำการเอกซเรย์เพิ่มเติมโดยออกค่าใช้จ่ายเอง

ในวันถัดมา คดีถูกส่งต่อไปยังสำนักงานอัยการเมืองปาไซ (Pasay City) โดยทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อความวุ่นวายและละเมิดความสงบเรียบร้อย ตามมาตรา 155 ของประมวลกฎหมายอาญาฟิลิปปินส์

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการปะทะกันระหว่างชาวอิสราเอลและนักท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์อันเนื่องมาจากสงครามในกาซา โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุปะทะกันระหว่างนักท่องเที่ยวชาวสเปนและทหารกองหนุนชาวอิสราเอลในร้านกาแฟบนเกาะเซียร์เกา (Siargao) หลังเปิดศึกโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนเกี่ยวกับสงครามและการกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จนลุกลามถึงขั้นลงไม้ลงมือ

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ความตึงเครียดและความขัดแย้งจากสงครามในกาซาได้ขยายตัวไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลจากสมรภูมิรบ โดยการโต้เถียงระหว่างผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวได้กลายเป็นการเผชิญหน้าและปะทะทางร่างกาย จากมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่อสงครามและผลกระทบที่เกิดขึ้น

นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 อิสราเอลได้เปิดศึกสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งส่งผลให้ความตึงเครียดขยายตัวไปทั่วทุกมุมโลก

อ้างอิง: อัลจาซีราอาราบิก, วายเน็ต สื่ออิสราเอล