นักวิเคราะห์การเมืองจากเตหะรานมองว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกำลังกลายเป็นเกมวัดความอดทนระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยตั้งคำถามว่า “ใครจะร้องก่อน” พร้อมเชื่อว่าอิหร่านอาจยืนระยะได้นานกว่า
ฮุเซน รอยวาราน (Hossein Royvaran) อาจารย์ด้านด้านรัฐศาสตร์และนักวิเคราะห์การเมืองจากเตหะราน กล่าวกับ อัลจาซีรา ว่า สมการขณะนี้อยู่ระหว่าง “การปิดช่องแคบ” กับ “การปิดล้อม” และผลลัพธ์ท้ายที่สุดจะขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายใดมีความอดทนมากกว่า
“คำถามคือ ใครจะร้องก่อน?” รอยวารานกล่าว พร้อมประเมินว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภายในสหรัฐฯ ก็มีความไม่พอใจต่อสงครามและผลกระทบต่อสังคม
เขามองว่าแรงกดดันลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในอิหร่านเช่นกัน แต่สังคมอิหร่านมีเหตุผลที่สามารถรองรับสถานการณ์สงครามได้ โดยมองว่าสงครามถูกบังคับให้อิหร่านต้องเข้าสู่การป้องกันตนเอง
“อิหร่านสามารถยืนหยัดได้นานกว่า” รอยวารานกล่าว พร้อมเตือนว่าสงครามครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้ง หากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่สามารถหาทางออกจากความขัดแย้งได้
รอยวารานยังปฏิเสธการประเมินเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนสินค้าภายในอิหร่าน โดยระบุว่าภาพสถานการณ์ในประเทศไม่ได้เป็นไปอย่างที่สหรัฐฯ คาดการณ์
เขากล่าวว่า ท่าเรือของอิหร่านริมทะเลแคสเปียนยังคงดำเนินกิจกรรมอย่างคึกคักและมีบทบาทในการรองรับความต้องการภายในประเทศ พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีสินค้าชนิดใดขาดแคลนในตลาดอิหร่าน”
รอยวารานยังชี้ถึงขนาดพื้นที่และภูมิศาสตร์ของอิหร่าน โดยระบุว่าประเทศมีพรมแดนทางบกประมาณ 7,000 กิโลเมตร และแนวชายฝั่งราว 3,000 กิโลเมตร ทำให้เขามองว่า “ประเทศขนาดเท่าอิหร่านไม่สามารถถูกปิดล้อมได้”
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งพลังงานโลก โดยสถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างแรงกดดันต่อทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ และทำให้ความสามารถของแต่ละฝ่ายในการยืนระยะกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางของสงคราม








