รายงานพิเศษซีเอ็นเอ็นเผย ยูเครนกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธไม่กี่ชนิดที่สามารถสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลได้ ขณะที่รัสเซียเดินหน้าโจมตีทางอากาศเกือบทุกคืน
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงระบบแพทริออตที่ปฏิบัติการอยู่ในยูเครนเป็นสื่อรายแรก โดยทางการยูเครนต้องการเปิดเผยสถานการณ์ขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น แต่ซีเอ็นเอ็นตกลงที่จะไม่เปิดเผยรุ่นของระบบหรือสถานที่ตั้ง
ระบบที่ซีเอ็นเอ็นเข้าตรวจสอบมีท่อยิง 16 ท่อ ซึ่งมีร่องรอยการใช้งานอย่างต่อเนื่อง แต่ ดมีโตร หัวหน้าวิศวกรของระบบในยูเครน เปิดเผยว่า เขาไม่ได้เห็นเครื่องยิงแพทริออตยิงขีปนาวุธมานาน 6 สัปดาห์แล้ว
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ระบุว่า ยูเครนต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นเทียบเท่าประมาณ 5% ของคลังสำรองสหรัฐฯ เพื่อรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูหนาว แต่ขณะนี้มีอยู่เพียงประมาณ 1% ของจำนวนดังกล่าว
“มันเป็นภาพที่น่าเจ็บปวดมาก เมื่อคุณมีอุปกรณ์ครบครัน แต่ไม่สามารถสกัดขีปนาวุธได้” ดมีโตรกล่าวด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ พร้อมบอกว่า ขีปนาวุธพิสัยไกลกำลังบินเหนือศีรษะ ขณะที่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ และด้านหลังคือประชาชนพลเรือน
ดมีโตรเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า ครั้งแรกที่เขาเผชิญสถานการณ์ที่ไม่มีขีปนาวุธสกัดกั้นให้ยิงเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2025 โดยเปรียบความรู้สึกเหมือนคนที่เรียนรู้วิธีเดิน แต่ไม่สามารถเดินได้ หรือรู้วิธีหายใจ แต่ไม่สามารถหายใจได้
ระบบแพทริออตไม่ได้มีเพียงเครื่องยิง แต่ประกอบด้วยเรดาร์และศูนย์ควบคุมหลายส่วน โดยเครื่องยิงสามารถควบคุมจากระยะไกลได้ ลูกเรือประจำเครื่องยิงจะอยู่ห่างออกไปขณะระบบทำการยิง
เฮออร์ฮี ซึ่งทำงานอยู่ในศูนย์บัญชาการ บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า การตัดสินใจว่าจะสกัดขีปนาวุธลูกใดต้องอาศัยประสบการณ์ และเป็นหน้าที่ของผู้บังคับหน่วย เนื่องจากเป้าหมายที่พุ่งเข้ามาอาจคุกคามประชาชน โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงครอบครัวของกำลังพลและครอบครัวของเขาเอง
วิกฤตขาดแคลนขีปนาวุธแพทริออตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในยูเครน แต่กำลังกลายเป็นปัญหาระดับโลก หลังหลายประเทศเร่งเติมคลังอาวุธของตนเอง โดยเฉพาะประเทศในอ่าวอาหรับที่ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นจำนวนมากในการรับมือการโจมตีจากอิหร่านในเดือนมีนาคมและเมษายน
ซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างข้อมูลจากสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศว่า กองกำลังผสมใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นเฉลี่ยวันละ 225 ลูกในช่วง 4 วันแรกของสงครามกับอิหร่าน ขณะที่ล็อกฮีด มาร์ติน ผู้ผลิตขีปนาวุธแพทริออต ผลิตได้ 620 ลูกตลอดปี 2025 หรือเฉลี่ยเพียงวันละ 1.7 ลูก
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างอัตราการใช้งานกับกำลังการผลิต โดยเพนตากอนได้ทำสัญญาระยะ 7 ปีในเดือนมกราคม เพื่อเพิ่มกำลังผลิตของล็อกฮีด มาร์ตินเป็น 2,000 ลูกต่อปีภายในปี 2030
สำหรับยูเครน ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ รับปากจะจัดหาขีปนาวุธสกัดกั้นให้จำนวนเท่าใด และคลังสำรองของสหรัฐฯ มีอยู่มากเพียงใด ขณะที่เซเลนสกีกำลังผลักดันให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธแพทริออตภายในประเทศภายใต้ใบอนุญาตจากสหรัฐฯ
ในการให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็น เซเลนสกีเปิดเผยว่า เขาเสนอให้เรย์ธีออนและล็อกฮีด มาร์ตินเข้ามาเป็นเจ้าของและควบคุมโรงงานผลิตขีปนาวุธในยูเครน โดยยูเครนจะจัดหาวิศวกรและแรงงาน พร้อมเน้นเป้าหมายเพิ่มปริมาณการผลิต
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้ยูเครนได้รับใบอนุญาตผลิตขีปนาวุธแพทริออตนอกรอบการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการาในเดือนมิถุนายน จากนั้นบริษัทเรย์ธีออนและล็อกฮีด มาร์ตินเดินทางไปกรุงเคียฟเพื่อหารือกับเซเลนสกี
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวระบุภายหลังในการตอบคำถามของซีเอ็นเอ็นว่า ยังไม่มีการตัดสินใจหรือหลักประกันใด ๆ เกี่ยวกับการผลิตขีปนาวุธแพทริออตในยูเครน และความปลอดภัยของเทคโนโลยีสหรัฐฯ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
เมื่อซีเอ็นเอ็นถามดมีโตรว่า หากได้รับอนุญาตให้ละเว้นข้อจำกัดด้านทรัพย์สินทางปัญญา เขาสามารถสร้างระบบแพทริออตและขีปนาวุธสกัดกั้นได้ทันทีหรือไม่ เขาตอบว่า “ไม่ได้อย่างแน่นอน” เพราะกระบวนการดังกล่าวมีความซับซ้อนสูงและต้องอาศัยความรู้กับข้อมูลทางเทคนิคจำนวนมาก








