ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ให้อำนาจดำเนินการเนรเทศคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสังคม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569
ระเบียบฉบับนี้ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเนรเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ให้อำนาจเสนอรัฐมนตรีสั่งเนรเทศ
สาระสำคัญของระเบียบกำหนดให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ได้รับมอบหมาย รวบรวมข้อมูลและรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาออกคำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อย รวมถึงผู้ที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด
ในกรณีที่คนต่างด้าวได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดและพ้นโทษจากเรือนจำ รัฐมนตรีสามารถมีคำสั่งเนรเทศได้ทันที พร้อมกำหนดระยะเว6ลาห้ามเดินทางกลับเข้าราชอาณาจักรได้
6 ฐานความผิดที่เข้าข่ายเนรเทศ
ระเบียบกำหนดความผิดหลักที่อาจนำไปสู่การพิจารณาเนรเทศ ได้แก่
1. เข้าเมืองหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
2. ทำงานโดยผิดกฎหมาย
3. ประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย
4. ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม
5. กระทำความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
6. เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนความผิดตามข้อ 1–5
ราชทัณฑ์แจ้งข้อมูลก่อนปล่อยตัว 15 วัน
ระเบียบยังกำหนดให้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ส่งรายชื่อ สัญชาติ และข้อมูลคดีของผู้ต้องขังต่างด้าวให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนปล่อยตัว เพื่อให้พิจารณาออกคำสั่งเนรเทศโดยไม่ชักช้า
ส่วนกรณีที่ศาลมีคำพิพากษารอการลงโทษหรือสั่งปรับ สำนักงานศาลยุติธรรมจะต้องแจ้งข้อมูลต่อกระทรวงมหาดไทยโดยเร็ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามระเบียบ
คำนึงสิทธิมนุษยชน เปิดทางส่งไปประเทศที่สาม
การเนรเทศต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายไทย มติคณะรัฐมนตรี และพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยหลักจะส่งกลับประเทศสัญชาติ หรือประเทศที่ผู้ถูกเนรเทศอาศัยอยู่เป็นแห่งสุดท้ายก่อนเข้าประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม หากภายใน 7 วัน มีประเทศอื่นหรือองค์การระหว่างประเทศยื่นคำร้องผ่านช่องทางการทูต เพื่อรับตัวไปยังประเทศของตนหรือประเทศที่สาม โดยอ้างเหตุด้านความปลอดภัย เช่น ความเสี่ยงต่อการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย หรือการบังคับสูญหาย และผู้ถูกเนรเทศยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ก็สามารถดำเนินการส่งตัวได้
ระเบียบกำหนดให้การส่งตัวตามคำร้องดังกล่าวต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน และรัฐมนตรีมีอำนาจขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน หากดำเนินการไม่ได้ จะต้องส่งกลับประเทศต้นทางตามกระบวนการปกติ










