สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศเตรียมแถลงข่าวครั้งใหญ่ในช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อกำหนดวันยื่นหนังสือประท้วงต่อสถานทูตอิสราเอลและทำเนียบรัฐบาล พร้อมกล่าวหา อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าไม่สามารถแก้ปัญหากลุ่มต่างชาติสีเทาที่สร้างผลกระทบต่อคนไทยได้
ผู้ก่อตั้งสื่อในเครือผู้จัดการ และผู้จัดรายการสนธิทอล์ก โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Sondhi Talk เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ระบุว่า “ต้นเดือนกันยายนนี้ ผมจะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อกำหนดวันเวลายื่นหนังสือประท้วงที่สถานทูตอิสราเอล (สุขุมวิท ซอย 22) และขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการจะแสดงออกถึงความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อคนยิวที่อยู่ในประเทศไทย ร่วมเดินทางไปแสดงพลัง”
เขาระบุว่า จดหมายประท้วงจะเขียนเป็นภาษาไทยทั้งหมด เพราะเห็นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องการสื่อสารถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลบางส่วนที่สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ท่องเที่ยวไทย
“จดหมายประท้วงครั้งนี้จะลงลึก ลงรายละเอียดถึงเหตุถึงผลว่า ทำไมเราต้องมาประท้วงพวกคุณ เพราะพวกคุณไม่ได้เป็นพลเมืองแห่งโลกที่ดี เวลามาท่องเที่ยวในประเทศไทย พวกคุณต้องการยึดพื้นที่ต่าง ๆ” สนธิระบุ
เตรียมยื่นหนังสือถึงทำเนียบรัฐบาล
สนธิระบุว่า หลังยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอลแล้ว จะนำมวลชนเดินทางต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะ “ยิวเทา” แต่รวมถึง จีนเทา อินเดียเทา รัสเซียเทา เขมรเทา และพม่าเทา ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นกลุ่มที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย
เขาระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเป็น “มหันตภัย” ที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการอย่างจริงจัง
ย้อนปมปาย ซัดอนุทินพูดไม่ตรงความจริง
สนธิหยิบยกเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งขณะนั้นนายอนุทินดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และลงพื้นที่อำเภอปายร่วมกับ ออร์นา ซากิฟ อดีตเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อแก้ไขข้อร้องเรียนเกี่ยวกับชุมชนชาวอิสราเอลในพื้นที่
เขาวิจารณ์คำกล่าวของอนุทินในวันนั้น ทั้งประเด็นเรื่อง “ความคึกคัก” การไม่มีผู้มีอิทธิพล การบังคับใช้กฎหมาย และการไม่สร้างความเดือดร้อนแก่คนไทย โดยอ้างว่าข้อเท็จจริงในปัจจุบันสะท้อนปัญหาที่ชาวปาย สมุย พะงัน และภูเก็ตยังเผชิญอยู่
พร้อมกล่าวหาว่า การลงพื้นที่ร่วมกับคณะทูตอิสราเอลในเวลานั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้าใจว่ารัฐบาลยืนอยู่ข้างฝ่ายดังกล่าวและปฏิบัติงานลำบาก
ต่อเนื่องจากการรณรงค์ติดธงปาเลสไตน์
การประกาศครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่สนธิเชิญชวนชาวมุสลิมทุกนิกายและคนไทยต่างศาสนิกติดธงปาเลสไตน์เคียงคู่ธงชาติไทย เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา พร้อมประกาศว่าจะยื่นหนังสือประท้วงเอกอัครราชทูตอิสราเอลในเร็ว ๆ นี้
เขายืนยันว่า การติดธงปาเลสไตน์เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และพร้อมต่อสู้ทางกฎหมาย หากมีการสั่งปลดธงออกจากบ้านหรือสถานประกอบการ








