25 ส.ค. 69 สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อในเครือผู้จัดการ และผู้จัดรายการสนธิทอล์ก เชิญชวนพี่น้องมุสลิมทุกนิกายและคนไทยต่างศาสนิกที่มีใจเป็นธรรม ร่วมติดธงปาเลสไตน์เคียงคู่ธงชาติไทยตามบ้านเรือนและร้านค้า เพื่อแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา พร้อมประกาศเตรียมยื่นหนังสือประท้วงเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยในเร็ว ๆ นี้

คำเชิญชวนดังกล่าวเผยแพร่ผ่านเพจ Sondhi Talk ภายใต้หัวข้อ “ชักธงไม่ทนยิวเทา – ไม่เอาคนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ถึงเวลาประท้วงหน้าสถานทูตยิว พร้อมไหม?” โดยสนธิระบุว่า ตนจะนำธงปาเลสไตน์มาติดคู่กับธงชาติไทยที่บ้านพระอาทิตย์ และเชิญชวนให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมแสดงจุดยืนเช่นเดียวกัน

จ่อยื่นหนังสือหน้าสถานทูตอิสราเอล

สนธิกล่าวว่า กำลังเตรียมแถลงข่าวและจะนำจดหมายยื่นด้วยตนเองที่สถานทูตอิสราเอล เพื่อประท้วงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลบางส่วนที่ก่อปัญหาในประเทศไทย โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ในปาย สมุย ภูเก็ต และพังงา ซึ่งเป็นคดีหรือข้อร้องเรียนที่ได้รับความสนใจในช่วงที่ผ่านมา

“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องออกมาประท้วงทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย อีกไม่นานผมจะนำจดหมายฉบับนี้ไปยื่นและอ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูต”

ซัดอนุทิน ปมปาย–สมุย

สนธิกล่าวหาว่า อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยแสดงท่าทีสนับสนุนคณะทูตอิสราเอลหลังเกิดกระแสปัญหาชุมชนชาวอิสราเอลในอำเภอปาย จนทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้าใจว่ารัฐบาลยืนอยู่ข้างฝ่ายดังกล่าว

“นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีประจักษ์พยานชัดเจนว่าให้การสนับสนุนคนยิวที่อยู่ในไทย”

เขายังกล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่ถูกศาลลงโทษคดีข่มขู่เจ้าของ Samui Exotic Park บนเกาะสมุย โดยระบุว่า แม้ศาลจะพิพากษาปรับ 5,000 บาท และรอลงอาญา 2 ปี แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกเนรเทศ

“ผมถามจริง ๆ ว่าประเทศไทยทำอะไรกันอยู่”

สนธิยังวิจารณ์ภาพการเข้าพบระหว่างคณะทูตอิสราเอลกับผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ว่าเป็นภาพที่ทำให้สังคมตั้งคำถามต่อการบังคับใช้กฎหมายกับชาวต่างชาติ

ยกคำพูด เบน-กวีร์ เป็นชนวนสำคัญ

สนธิระบุด้วยว่า หนึ่งในเหตุผลที่ออกมาเคลื่อนไหว คือคำกล่าวของ อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเรียกร้องให้มีการสังหารชาวกาซาจำนวนมากในแต่ละคืน โดยเขาระบุว่าเป็นคำพูดที่ “รับไม่ได้” และชี้ว่าบุคคลสาธารณะทั้งในสหรัฐฯ และไทยต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำกล่าวดังกล่าว

นอกจากนี้ เขายังยกคำให้สัมภาษณ์ของเบน-กวีร์ที่กล่าวระหว่างการรื้อถอนบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ว่า “ไม่มีเสียงอะไรดีไปกว่าเสียงของรถบูลโดเซอร์” พร้อมวิจารณ์ว่าเป็นทัศนคติที่ไร้ความเป็นมนุษย์

เชิญชวนติดธงทั่วประเทศ

สนธิเรียกร้องให้ชาวมุสลิมทั้ง ซุนนีและชีอะฮ์ รวมถึงคนไทยทุกศาสนา ติดธงปาเลสไตน์คู่กับธงชาติไทยตามบ้านเรือน ร้านค้า และองค์กรชุมชน เพื่อประกาศว่าคนไทยยืนเคียงข้างประชาชนปาเลสไตน์

พี่น้องชาวมุสลิมและคนไทยทุกคนครับ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยหรือตามบ้านเรือน ควรติดธงปาเลสไตน์คู่กับธงไทยไปเลย

“ขอเชิญชวนพี่น้องชาวมุสลิมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นซุนนีหรือชีอะฮ์ แสดงความกล้าหาญด้วยการนำธงปาเลสไตน์มาติดคู่กับธงชาติไทย”

พร้อมยืนยันว่า หากมีเจ้าหน้าที่สั่งให้ปลดธงออก ตนพร้อมสนับสนุนการต่อสู้ทางกฎหมาย เพราะมองว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

“ผมจะนำธงปาเลสไตน์มาติดคู่กับธงชาติไทยที่บ้านพระอาทิตย์ ดูสิว่าตำรวจหน้าไหนกล้ามาถอดลง ผมฟ้องแน่นอน เพราะนี่คือสิทธิเสรีภาพของผม”