เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับคุณวัชรินทร์ เศรษฐกุดั่น ผู้ประกาศข่าวต่างประเทศและผู้อำนวยการฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย / ภาพ : สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

8 ก.ย. 69 สำนักข่าวไทยออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่เคยรับงานประชาสัมพันธ์จากสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย หลังถูกกล่าวหาและพาดพิงในโลกออนไลน์ ภายหลังเผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษเอกอัครราชทูตอิสราเอลเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

สำนักข่าวไทยระบุว่า การสัมภาษณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านตามมาตรฐานวิชาชีพ และเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามประเด็นทุนนอมินีข้ามชาติ ซึ่งสำนักข่าวได้รายงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

ยืนยันสัมภาษณ์เพื่อหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์

ในแถลงการณ์ สำนักข่าวไทยระบุว่า ทีมข่าวเป็นสื่อรายแรกที่ติดต่อขอสัมภาษณ์เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย โดยมอบหมายให้ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการสัมภาษณ์

เนื้อหาครอบคลุมประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ทั้งเรื่องนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาวชาวอิสราเอล การประกอบธุรกิจในประเทศไทย ศาสนสถานชาบัด (Chabad) รวมถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างสถานทูตกับทางการไทยในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง

สำนักข่าวไทยย้ำว่า การเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายชี้แจงเป็นหลักการทำงานของสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลจากทุกมิติของประเด็นที่กำลังเป็นข้อถกเถียง

ชี้ทำข่าวสืบสวนชาบัดต่อเนื่องหลายเดือน

แถลงการณ์ยังระบุว่า ก่อนเผยแพร่บทสัมภาษณ์ สำนักข่าวไทยได้ดำเนินข่าวสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับ ทุนนอมินีข้ามชาติ และเครือข่ายชาบัดมาอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่วันที่ 23–25 พฤษภาคม 2569 ทีมข่าวได้เผยแพร่ซีรีส์ “เกาะพะงันในเงาทุนเงียบ” ก่อนขยายผลไปยังจังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร และฉะเชิงเทรา พร้อมทั้งรายงานกรณีนายทุนที่เกี่ยวข้องกับชาบัดได้รับสัญชาติไทยตั้งแต่ปี 2560

สำนักข่าวไทยระบุว่า ผลงานทั้งหมดเป็นการทำข่าวโดยทีมข่าวส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ภายใต้แนวทางตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างอิสระ

ปัดข้อกล่าวหา กระทบชื่อเสียงวิชาชีพ

สำนักข่าวไทยระบุว่า หลังเผยแพร่บทสัมภาษณ์ ได้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและมีการกล่าวหาว่าเป็นการรับงานประชาสัมพันธ์จากสถานทูตอิสราเอล โดยเฉพาะผ่านการแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์และการขยายผลจากสื่อบางแห่ง

แถลงการณ์ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และเกียรติภูมิในวิชาชีพขององค์กร

“สำนักข่าวไทยขอยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น และจะยังคงยืนหยัดในการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนในการติดตาม ตรวจสอบ และแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านในประเด็นทุนนอมินีข้ามชาติต่อไป”