รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขีดเส้นจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงานผลสอบสวนสุสานยิวบางคล้าภายในวันอาทิตย์นี้ (13 ก.ย.) พร้อมสั่งทุกจังหวัดสำรวจสุสานและฌาปนสถานทั่วประเทศ รวมถึงเร่งสอบวินัยเจ้าหน้าที่ท้องที่ที่พัวพันยาเสพติดและผับเถื่อน
วันนี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีตรวจสอบ JEWISH CEMETRY THAILAND และสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สั่งสรุปปมใบอนุญาตย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2564
นายพลพีร์สั่งการให้จังหวัดฉะเชิงเทราเร่งจัดทำรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขอใช้พื้นที่เป็นสุสานตั้งแต่ปี 2564 โดยตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และสภาพพื้นที่ในช่วงที่ได้รับใบอนุญาตว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงเหตุใดจึงไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2567
พร้อมกำชับให้นายอำเภอบางคล้า ซึ่งเคยมีส่วนรับผิดชอบพื้นที่ในช่วงเริ่มต้นโครงการ ชี้แจงข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียด
เร่งพิสูจน์ 4 ศพ เช็กวีซ่า-สาเหตุเสียชีวิต
รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยยังสั่งให้ฝ่ายปกครองประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายว่าเป็นชาวอิสราเอลจริงหรือไม่ เดินทางเข้าประเทศเมื่อใด ถือวีซ่าประเภทใด และเสียชีวิตจากสาเหตุใด
“สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือหากร่างในหลุมปูนไม่ใช่ชาวต่างชาติ แต่เป็นพี่น้องคนไทยของเราที่เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุแล้วถูกนำมาสวมรอย เรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มาก ยิ่งไปกว่านั้น วันที่เทปูนทับหลุมยังระบุเป็นปี 2025 และปี 2026 ซึ่งเมื่อเทียบปีศักราชแล้วถือว่าเกิดขึ้นหลังปี 2566 มีความผิดปกติอย่างชัดเจน”
“เราจะปล่อยให้ใครก็ตาม แม้จะถือสัญชาติไทย มาทำตามอำเภอใจบนผืนแผ่นดินไทยไม่ได้ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย” นายพลพีร์กล่าว
ขยายตรวจสุสานทั่วประเทศ รวม 49 หลุมที่เจริญกรุง
นายพลพีร์ระบุว่า การตรวจสอบจะไม่จำกัดเฉพาะบางคล้า แต่จะขยายไปยังสุสานย่านเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีการเช่าพื้นที่ฝังศพชาวอิสราเอลประมาณ 49 หลุม
กระทรวงมหาดไทยจะตรวจสอบย้อนหลังว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร เข้าประเทศอย่างไร และมีเอกสารมรณบัตรหรือการชันสูตรถูกต้องหรือไม่ พร้อมสั่งกรมการปกครองจัดทำฐานข้อมูลดิจิทัลของสุสานและฌาปนสถานทั่วประเทศ ทั้งที่มีและไม่มีใบอนุญาต โดยจำแนกตามศาสนาอย่างเป็นระบบ
ขีดเส้นรายงานผล 16.00 น. วันอาทิตย์
สำหรับพื้นที่สุสานบางคล้า หากครบกำหนดคำสั่ง 7 วันแล้วผู้ครอบครองยังไม่ยินยอมเคลื่อนย้ายร่าง จังหวัดต้องเตรียมแผนรองรับทั้งการรื้อถอน การบังคับใช้กฎหมาย งบประมาณ ผู้รับจ้าง และสถานที่รองรับร่างผู้เสียชีวิตตามหลักศาสนา
นายพลพีร์กำชับให้ทุกประเด็น รวมถึงการติดต่อญาติผู้เสียชีวิต นำมารายงานในการประชุมวันอาทิตย์ ภายในเวลา 16.00 น.
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการถือครองที่ดิน แม้ทางบริษัทจะมีชื่อผู้ก่อตั้งเป็นบุคคลต่างชาติที่แปลงสัญชาติเป็นไทย ซึ่งตามข้อกฎหมายสามารถถือครองที่ดินได้ เราจึงต้องไปมุ่งเน้นสืบสวนในประเด็นการละเมิดกฎหมายด้านอื่น ๆ แทน โดยเฉพาะพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงมหาดไทยต้องสั่งการไปยังทุกจังหวัดให้สรุปข้อมูลสถานประกอบการเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม และหากพบจุดใดที่มีการกระทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น








