กองกำลังฮูซีแห่งเยเมนและพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน เปิดฉากรุกสายฟ้าแลบยึดเมืองท่าโมคาและเกาะเพอริมภายใน 36 ชั่วโมง ท่ามกลางข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และแหล่งข่าวหลายฝ่ายที่ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐฯ ล้มเหลวในการส่งการสนับสนุนทางอากาศ จนแนวป้องกันเยเมนพังทลาย CNN แฉกองทัพเยเมนเต็มไปด้วย “ทหารผี” กำลังจริงเหลือ 20%

ฮูซีระดมกำลังเต็มรูปแบบ โมคาล่มในวันเดียว

รายงานของ CNN ระบุว่า เช้าวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) นายพลเยเมนเริ่มส่งคำร้องขอการสนับสนุนทางอากาศอย่างเร่งด่วน หลังฮูซีเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเมืองท่าโมคา ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์บนชายฝั่งทะเลแดง

แหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพเยเมนบอกกับ CNN ว่า ฮูซีระดมกำลังและอาวุธทุกอย่างที่มี ทั้งนักรบ ขีปนาวุธ และอาวุธหนัก โจมตี “ระลอกแล้วระลอกเล่า” ก่อนที่เขาจะติดต่อกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) และได้รับคำตอบว่า สหรัฐฯ กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกองทัพอากาศซาอุฯ กำลังจะเข้ามาสนับสนุน

“แต่การสนับสนุนทางอากาศไม่เคยมาถึง และตอนนี้โมคาก็แตกแล้ว”

เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) ฮูซียังสามารถยึด เกาะเพอริม ซึ่งตั้งอยู่กลางช่องแคบบับ อัล-มันดับ ส่งผลให้กลุ่มสามารถควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่แบ่งช่องแคบออกเป็นสองฝั่งได้โดยพฤตินัย

CNN ระบุว่า การสูญเสียโมคาและเกาะเพอริมภายในเวลาเพียง 36 ชั่วโมง ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสงครามเยเมนที่หยุดนิ่งมานานหลายปี และอาจทำให้ทะเลแดงกลายเป็นแนวรบสำคัญแห่งใหม่ของความขัดแย้งอิหร่าน–สหรัฐฯ

ช่องแคบบับ อัล-มันดับ กลายเป็นเดิมพันใหม่ของสงคราม

CNN วิเคราะห์ว่า การรุกครั้งนี้อาจเปิด “แนวรบที่สอง” ของสงคราม หลังอิหร่านมีอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซในทางยุทธศาสตร์อยู่แล้ว

แม้ช่องแคบบับ อัล-มันดับจะมีความสำคัญด้านพลังงานน้อยกว่าฮอร์มุซ แต่เป็นประตูสู่เส้นทางเดินเรือคลองสุเอซ และเป็นเส้นทางขนส่งสินค้ารวมถึงน้ำมันหลายล้านบาร์เรลต่อวัน โดยซาอุดีอาระเบียได้หันมาใช้เส้นทางนี้มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงฮอร์มุซ

อัมร์ อัล-บิดห์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสภาเปลี่ยนผ่านภาคใต้ (STC) ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า “ฮูซีไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธล้ำสมัยเพื่อปิดช่องแคบ พวกเขาใช้เพียงปืนใหญ่ติดรถก็ทำได้”

“นี่คืออำนาจต่อรองที่พวกเขามีโดยไม่ต้องใช้อาวุธที่ทันสมัย และพวกเขาจะรักษามันไว้” อัล-บิดห์กล่าวกับซีเอ็นเอ็น

ทรัมป์ปฏิเสธโจมตีฮูซี

CNN ยังรายงานว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สองครั้งในวันพฤหัสบดี เพื่อขอให้สหรัฐฯ โจมตีกองกำลังฮูซี แต่ทรัมป์ปฏิเสธการแทรกแซงทางทหาร ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่รับรู้การสนทนา

ด้านทำเนียบขาวตอบคำถาม CNN ว่า สหรัฐฯ มุ่งปกป้องผลประโยชน์ความมั่นคงหลักของตน โดยเฉพาะเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลแดง พร้อมย้ำว่ายังคงประสานงานอย่างต่อเนื่องกับซาอุดีอาระเบียและรัฐบาลเยเมน

เจ้าหน้าที่เยเมนยังเปิดเผยกับ CNN ว่า เขาได้แจ้งเตือน CENTCOM หลายครั้งตลอดหลายวันที่ผ่านมา ว่าสถานการณ์กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธให้ความเห็น โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของปฏิบัติการ

เกมโทษกันเองเดือด ซาอุฯ–วอชิงตันถูกวิจารณ์หนัก

หลังการสูญเสียโมคาและเกาะเพอริม บรรดาพันธมิตรของสหรัฐฯ เริ่มกล่าวโทษกันเองอย่างรุนแรง

แหล่งข่าวระดับภูมิภาคอีกรายบอกกับ CNN ว่า ความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของทหารเยเมน แต่เป็น “หายนะที่เกิดจากวอชิงตันและริยาด” พร้อมกล่าวหาว่าผู้นำทางการเมืองตัดสินใจล่าช้า ทั้งที่ได้รับรายงานสถานการณ์แบบนาทีต่อนาที

“ไม่มีการโจมตีทางอากาศแม้แต่ครั้งเดียวตลอดทั้งวัน ทั้งที่มีการอัปเดตสถานการณ์ทุกนาที นี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ของซาอุฯ และสหรัฐฯ”

อย่างไรก็ตาม โมฮัมเหม็ด อัล-บาชา นักวิเคราะห์ความมั่นคงซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษารัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความเห็นกับ CNN ว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ความแตกแยกภายในฝ่ายต่อต้านฮูซี

“ทุกคนรู้ว่าฮูซีกำลังบุกชายฝั่งตะวันตก แต่เยเมนไม่มีเอกภาพทางการเมือง และไม่มีระบบบัญชาการร่วมที่แท้จริง”

กองทัพเต็มไปด้วย “ทหารผี” กำลังจริงเหลือ 20%

CNN อ้างแหล่งข่าวตะวันตกระบุว่า เมื่อฮูซีเข้าสู่โมคา พวกเขาพบว่ากองพันเยเมนแทบไม่เหลือกำลังรบ เพราะบัญชีรายชื่อทหารเต็มไปด้วย “ทหารผี” ที่รับเงินเดือนแต่ไม่มีตัวตน ทำให้กำลังพลจริงเหลือเพียง ประมาณ 20% ของตัวเลขบนเอกสาร

แหล่งข่าวเดียวกันระบุว่า แม้กองทัพซาอุดีอาระเบียจะยกระดับการเตือนภัยล่วงหน้ามานานราว 3 สัปดาห์ แต่กลับไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมและอำนวยการรบทางอากาศเข้าประจำพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถประสานการใช้เครื่องบินรบได้เมื่อเกิดการโจมตีครั้งใหญ่

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายหลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถอนกำลังที่เหลือออกจากเยเมนเมื่อเดือนมกราคม ตามคำร้องขอของซาอุดีอาระเบีย แต่ริยาดกลับไม่ส่งกำลังเข้ามาแทนที่ฐานทัพและค่ายทหารที่ว่างลง

อัล-บิดห์กล่าวกับ CNN ว่า การปล่อยให้เกิดสุญญากาศเช่นนี้สะท้อน “การขาดยุทธศาสตร์และการบริหารที่ย่ำแย่” พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดพันธมิตรหลักที่สนับสนุนกองกำลังภาคพื้นดินมานานกว่า 10 ปี จึงถูกสั่งถอนกำลังโดยไม่มีใครเข้ามาอุดช่องว่างดังกล่าว.