หนังสือพิมพ์ Asharq Al-Awsat รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนว่า อิสราเอลกำลังบังคับให้ชาวปาเลสไตน์บางส่วนในกาซา ซึ่งรวมถึงนักรบและผู้สนับสนุนกลุ่มต่อต้าน เลือกระหว่างการถูกสังหารเพียงลำพังหรือถูกสังหารพร้อมกับสมาชิกในครอบครัว
หนังสือพิมพ์ระบุว่า บุคคลเหล่านี้ได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายยึดครอง โดยถูกแจ้งให้เลือกระหว่างการถูกโจมตีพร้อมครอบครัว หรือถูกสังหารเพียงคนเดียว
ญาติของนักเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มต่อต้านปาเลสไตน์ ซึ่งถูกอิสราเอลสังหาร กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตถูกโดรนอิสราเอลโจมตีขณะเดินอยู่ตามถนนสายรองหรือถนนสายหลัก หรือขณะอยู่บนดาดฟ้าบ้าน อาคารที่พักอาศัย และสถานที่หลบภัยที่พวกเขาอาศัยอยู่กับครอบครัว
กรณีล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เมื่อโดรนอิสราเอลสังหารโมฮัมเหม็ด อัล-บายูก ชายหนุ่มชาวปาเลสไตน์ ในพื้นที่ตอนกลางของเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา
ญาติของบายูกเปิดเผยว่า ก่อนถูกสังหาร เขาได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงทั่วไปของอิสราเอล (Shin Bet) ซึ่งแจ้งให้เลือกระหว่างการถูกทิ้งระเบิดพร้อมครอบครัว หรือขึ้นไปบนดาดฟ้าของสถานที่หลบภัยที่ครอบครัวกำลังพักอาศัยอยู่ เพื่อให้ถูกสังหารเพียงลำพัง
บายูกเลือกที่จะปกป้องครอบครัว จึงเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า ก่อนถูกสังหารด้วยขีปนาวุธขนาดเล็ก ขณะที่ป้าคนหนึ่งของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังพยายามวิ่งตามไปห้ามไม่ให้เขาออกจากห้องเล็ก ๆ ที่ครอบครัวพักอยู่เพียงลำพัง หลังได้รับโทรศัพท์ดังกล่าว
รายงานระบุว่า วิธีการลอบสังหารในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีการโทรศัพท์แจ้งเตือนล่วงหน้า เคยเกิดขึ้นในเลบานอนระหว่างสงครามของอิสราเอลกับฮิซบุลลอฮ์เช่นกัน
แหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลกับ Asharq Al-Awsat ระบุว่า ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา อิสราเอลดำเนินการสังหารในลักษณะดังกล่าวในฉนวนกาซาอย่างน้อย 5 ครั้ง
แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า อิสราเอลใช้วิธีการข่มขู่ลักษณะคล้ายกันกับผู้ถูกควบคุมตัวชาวปาเลสไตน์ เพื่อบีบบังคับให้เปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคง โดยผู้ถูกควบคุมตัวจะถูกขู่ว่าญาติพี่น้องของตนจะถูกสังหาร หากปฏิเสธให้ข้อมูลตามที่เจ้าหน้าที่สอบสวนต้องการ
ในบางกรณี ผู้ต้องขังถูกนำภาพถ่ายของลูกและสมาชิกในครอบครัวมาแสดง หลังจากบุคคลเหล่านั้นถูกสังหารแล้ว เพื่อสร้างแรงกดดันทางจิตใจ
ขณะเดียวกัน อิสราเอลยังคงสังหารผู้นำระดับสูงของปาเลสไตน์และผู้บัญชาการภาคสนามคนสำคัญด้วยขีปนาวุธหลายลูกและโดรนติดตั้งวัตถุระเบิด ขณะบุคคลเหล่านี้อยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้พลเรือนจำนวนมากเสียชีวิตไปด้วย
ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา อิสราเอลเคยสังหารพลเรือนมากกว่า 100 คนในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ซึ่งมีเป้าหมายสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของฮามาส
แหล่งข่าวระบุว่า การที่อิสราเอลติดต่อกับนักรบและนักเคลื่อนไหวชาวปาเลสไตน์ระดับล่างก่อนสังหาร ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายยึดครองกำลังแสดงความเมตตาต่อชาวปาเลสไตน์ หรือพยายามปรับปรุงภาพลักษณ์ของตนต่อสายตาชาวโลก พร้อมย้ำว่าการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลยังคงทำให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงผู้หญิงและเด็ก
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ Haaretz รายงานเมื่อเดือนกันยายนว่า อิสราเอลกำลังสังหารพลเรือนในกาซาน้อยลง เนื่องจากแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้หลีกเลี่ยงความสูญเสียของพลเรือน และต้องการให้อิสราเอลสงวนระเบิดขนาดใหญ่ที่เครื่องบินรบใช้ทิ้งไว้สำหรับปฏิบัติการโจมตีอิหร่านและเลบานอน
ด้วยเหตุนี้ อิสราเอลจึงหันมาใช้อาวุธขนาดเล็กที่ยิงจากโดรนมากขึ้น โดย Haaretz ระบุว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนพลเรือนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
หนังสือพิมพ์อิสราเอลดังกล่าวอ้างว่า ในระยะหลังอัตราส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่พลเรือนประมาณ 0.6 คนต่อสมาชิกกลุ่มต่อต้านที่เสียชีวิต 1 คน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ให้ข้อมูลกับ Asharq Al-Awsat โต้แย้งรายงานดังกล่าว โดยระบุว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง พร้อมย้ำว่าการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในช่วงที่ผ่านมา ยังคงทำให้พลเรือนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการลอบสังหารบุคคลเป้าหมาย ขณะที่พลเรือนอีกส่วนหนึ่งเสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดอย่างไม่เลือกเป้าหมายที่ยังดำเนินต่อไป








