ผู้นำทางทหารของอิสราเอลกังวลว่า การโจมตีทางอากาศอย่างรวดเร็วของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า อาจไม่สามารถทำให้รัฐบาลเตหะรานล่มสลายได้ และอาจเปิดทางให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านหลังการโจมตี โดยที่เป้าหมายสูงสุดของอิสราเอลยังไม่บรรลุผล ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ฮาอาเรตซ์ (Haaretz) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลกังวลว่า ปฏิบัติการทางทหารที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันอาจทำให้รัฐบาลอิหร่านยังคงอยู่รอด และกลับยิ่งผลักดันให้เตหะรานเร่งเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นหลังการโจมตีสองระลอกก่อนหน้านี้

ความกังวลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันมากขึ้นระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับเป้าหมายของการเปิดฉากสงครามกับอิหร่านรอบใหม่ โดยเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กำหนดให้การล่มสลายของรัฐบาลอิหร่านและการทำลายโครงการนิวเคลียร์ของประเทศอย่างสิ้นเชิงเป็นเป้าหมายของสงคราม ขณะที่สหรัฐฯ มุ่งเน้นการเรียกร้องให้อิหร่านยอมรับข้อจำกัดด้านนิวเคลียร์ และรับประกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เจ้าหน้าที่ข่าวกรองทางทหารและกองทัพอากาศของอิสราเอลต่างสงสัยว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เพียงไม่กี่วันจะสามารถบีบให้รัฐบาลอิหร่านยอมจำนนได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้รัฐบาลล่มสลาย

การประเมินข่าวกรองของอิสราเอลยังเตือนว่า การโจมตีระลอกใหม่อาจทำได้เพียงชะลอความก้าวหน้าของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านเท่านั้น เนื่องจากการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลสองระลอกก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำลายสถานที่นิวเคลียร์หรือทำให้รัฐบาลอิหร่านอ่อนแอลงอย่างเด็ดขาด ขณะที่เตหะรานได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานที่สำคัญที่มีความอ่อนไหว และยังคงมีศักยภาพในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและเติมเต็มระบบป้องกันประเทศ

อิสราเอลหวั่นสหรัฐฯ ถอนตัว ทิ้งให้เผชิญสงครามยืดเยื้อ

รายงานระบุว่า ผู้บัญชาการทหารอิสราเอลได้เตือนคณะรัฐมนตรีว่า การเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารโดยไม่มีการตกลงเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจน อาจทำให้สหรัฐฯ ถอนตัวทันทีเมื่อบรรลุเงื่อนไขของตนเอง ขณะที่อิสราเอลอาจต้องเผชิญกับสงครามที่ไม่มีจุดสิ้นสุดและมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น

เจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมอิสราเอลยังยอมรับว่า รัฐบาลอิหร่านมีศักยภาพที่จะทนต่อผลกระทบจากสงครามและการปิดล้อมทางทะเลได้อีกอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งอาจทำให้อิหร่านสามารถยืนหยัดต่อไปได้ยาวนานกว่าวาระของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งเป้าหมายหลักของตน

นอกจากนี้ นักวางแผนทางทหารของอิสราเอลยังประเมินว่า การสร้างแรงสนับสนุนจากประชาชนเพื่อเปิดสงครามรอบใหม่จะเป็นเรื่องยาก หลังการเลือกตั้งรัฐสภาครั้งล่าสุด โดยเตือนว่าหากปฏิบัติการไม่สามารถบรรลุผลอย่างชัดเจน อาจยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อกองทัพ ซึ่งยังคงพยายามฟื้นฟูองค์กรจากความล้มเหลวในการรับมือเหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023

อิหร่านเร่งฟื้นฟูคลังขีปนาวุธและเสริมแนวป้องกัน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมอิสราเอลยังแสดงความประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อความรวดเร็วที่อิหร่านสามารถฟื้นฟูการผลิตขีปนาวุธทิ้งตัวได้หลังการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลนับตั้งแต่ปี 2024

รายงานระบุว่า คลังขีปนาวุธของอิหร่านเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเป็นประมาณ 2,500 ลูก ระหว่างช่วงสงครามเดือนมิถุนายน 2025 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2026

แม้จะเผชิญการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลมากกว่า 20,000 ครั้ง แต่อิหร่านยังคงมีคลังขีปนาวุธเหลืออยู่ตั้งแต่หลายร้อยถึงหลายพันลูก รวมถึงยังมีขีดความสามารถในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยในช่วงที่การสู้รบลดระดับลง เตหะรานได้ใช้โอกาสดังกล่าวในการฟื้นฟูคลังอาวุธและเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบป้องกันประเทศ

ขณะเดียวกัน อิหร่านเตือนมาโดยตลอดว่า หากมีการรุกรานอีกครั้ง จะตอบโต้ด้วยกำลังอย่างรุนแรงต่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจและพลเรือนทั่วภูมิภาค