Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ เปิดเผยว่าสามารถจัดหาโทเคนมาทดแทนสินทรัพย์ที่ถูกโจรกรรมจากเหตุแฮ็กมูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้แล้ว 90% พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดโดยผู้ใช้งานจะไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงิน ขณะที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ระบุว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้
Binance ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันเสาร์ว่า โทเคนอีก 10% ที่เหลือมีสภาพคล่องต่ำกว่า ทำให้การจัดหามาทดแทนอาจต้องใช้เวลานานขึ้น อย่างไรก็ตาม ริชาร์ด เต็ง (Richard Teng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Binance ยืนยันว่าบริษัทมุ่งมั่นที่จะชดเชยส่วนที่เหลือทั้งหมด โดยระบุว่า “ผู้ใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบทางการเงินจากเหตุการณ์ครั้งนี้”
หลังเกิดเหตุแฮ็ก Binance ได้ระงับการถอนสินทรัพย์ของผู้ใช้งานชั่วคราว ก่อนประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าการถอนเงินบางส่วนเริ่มกลับมาให้บริการแล้ว โดยจะทยอยเปิดใช้งานเป็นระยะเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ
FBI ชี้กลุ่ม TraderTraitor เชื่อมโยงเกาหลีเหนือ
FBI ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ยืนยันข้อสงสัยก่อนหน้านี้ของนักวิเคราะห์และผู้ตรวจสอบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ภาคเอกชนว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อว่า TraderTraitor ซึ่งเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลจาก Binance
FBI ระบุว่า เกาหลีเหนือเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจรกรรมสินทรัพย์เสมือนมูลค่ามากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากแพลตฟอร์ม Binance ซึ่งเกิดขึ้นประมาณวันที่ 29 ตุลาคม 2026
หน่วยงานดังกล่าวเปิดเผยว่า ตรวจพบกลุ่ม TraderTraitor ดำเนินการแปลงสินทรัพย์ที่ถูกขโมยเป็นสกุล Ethereum และคาดว่าจะมีการฟอกเงินต่อไปผ่านบริการการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และบริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบทันที (Instant Swap)
FBI เรียกร้องให้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลปิดกั้นธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับที่อยู่กระเป๋าเงินซึ่งกลุ่ม TraderTraitor ใช้ในการฟอกสินทรัพย์ที่ถูกโจรกรรม
กลุ่ม TraderTraitor เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่าย Lazarus Group ซึ่งเป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงจากกรณีถูกกล่าวหาว่าโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท Sony Pictures เมื่อปี 2014 เพื่อตอบโต้ภาพยนตร์เรื่อง The Interview ที่มีเนื้อหาล้อเลียนคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ
Binance เตรียมเงิน 6.34 พันล้านดอลลาร์ชดเชยความเสียหาย
ริชาร์ด เต็ง เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อน โดยเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่ถูกเจาะระบบและซอฟต์แวร์อันตรายที่ออกแบบมาเพื่อลบร่องรอยการทำงาน ทำให้การติดตามและสอบสวนเหตุการณ์ทำได้ยากขึ้น
Binance ระบุว่าได้จัดสรรเงินทุนของบริษัทประมาณ 6.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะชดเชยมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกขโมยทั้งหมด
บริษัทเปิดเผยว่าเงินที่นำไปจัดซื้อโทเคนกลับคืนมาจากหลายแหล่ง ได้แก่ เงินส่วนหนึ่งจากกองทุน Secure Asset Fund for Users (SAFU) ซึ่งเป็นกองทุนสำรองบิตคอยน์มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองลูกค้าในกรณีเกิดเหตุละเมิดความปลอดภัย เงินจากกองทุน Futures Insurance Fund และเงินทุนของบริษัทเอง
เหตุแฮ็กกดดันตลาดคริปโต สะท้อนความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์
เหตุโจรกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนเกี่ยวกับความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบเข้ารหัสข้อมูลและมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
หลังมีข่าวการโจมตี มูลค่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลดลง โดยบิตคอยน์ร่วงเกือบ 5% ขณะที่ Ethereum ลดลงเกือบ 6% และ BNB ซึ่งเป็นโทเคนประจำแพลตฟอร์ม Binance ปรับตัวลดลงเกือบ 10%
เหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการจับตาความสามารถของเกาหลีเหนือในการหารายได้ผ่านช่องทางผิดกฎหมาย ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่ประเทศดังกล่าวเผชิญจากโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ








