ภาพ Skynewsarabia

กูเกิลประกาศยุติการเปิดใช้งานเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอัตโนมัติสำหรับนักเรียนระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (K-12) โดยเฉพาะ Gemini และฟีเจอร์ AI ที่ฝังอยู่ใน Notebook และ Classroom หลังเผชิญเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับนักเรียน ขณะที่โรงเรียนจะสามารถตัดสินใจเปิดใช้งานได้ผ่านผู้ดูแลระบบของสถานศึกษา

รายงานข่าวระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวประกาศเมื่อวันอังคาร โดยกูเกิลยืนยันกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า มาตรการใหม่นี้จะบังคับใช้ทั่วโลก โดยเริ่มจากสหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนในการดำเนินการ

โรงเรียนในสหรัฐฯ ใช้บริการของกูเกิลอย่างแพร่หลาย ทั้ง Gmail, Docs และแพลตฟอร์ม Classroom รวมถึงคอมพิวเตอร์ Chromebook ราคาประหยัด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สถานศึกษาส่วนใหญ่ในประเทศนำมาใช้

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนจะสามารถปิดกั้นการใช้ AI โดยยังคงให้นักเรียนเข้าถึงเครื่องมือค้นหาของกูเกิลได้ตามปกติ เนื่องจากระบบค้นหาและ AI ของบริษัทมีการผสานการทำงานเข้าด้วยกัน

คริส ฟิลลิปส์ รองประธานฝ่ายการศึกษาของกูเกิล กล่าวกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ว่า “การค้นหาและ AI มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง” โดยอธิบายว่าฟีเจอร์ AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือค้นหาของบริษัทแล้ว

เขาระบุว่า หากโรงเรียนแห่งใดสั่งห้ามใช้ AI นักเรียนก็จะไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือค้นหาของกูเกิลได้ และจะปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากโรงเรียนว่าไม่สามารถใช้งานบริการดังกล่าวได้

ด้านซอห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก วิจารณ์กูเกิลผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า กำลังพยายามใช้อำนาจผูกขาดของบริษัทเพื่อบังคับให้มีการใช้ AI ในโรงเรียนรัฐบาล พร้อมระบุว่า “ไม่ควรมีบริษัทใดมีอำนาจกำหนดวิธีการศึกษาของบุตรหลานเรา”

ก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ริชาร์ด บลูเมนธัล และจอช ฮอว์ลีย์ ได้ส่งจดหมายถึงกูเกิลเมื่อเดือนตุลาคม โดยตั้งคำถามถึงเหตุผลที่บริษัทเปิดใช้งานฟีเจอร์ AI โดยอัตโนมัติบนคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน พร้อมระบุว่า มีนักเรียนทั่วโลกมากกว่า 150 ล้านคนใช้แพลตฟอร์ม Google Classroom

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กูเกิลได้เปิดให้ใช้งานแชตบอต Gemini ภายในแอปพลิเคชัน Classroom สำหรับนักเรียนทุกช่วงวัย โดยระบบนำเสนอคำสั่งเริ่มต้นที่เชื่อมโยงกับชั้นเรียนและการบ้าน เพื่อช่วยให้นักเรียนทบทวนบทเรียนและทำงานที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงสร้างแบบทดสอบฝึกหัดจากเนื้อหาการเรียนของนักเรียนแต่ละคน

ฟีเจอร์ดังกล่าวจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติสำหรับนักเรียนในโรงเรียนที่เปิดใช้ระบบ Gemini อยู่ก่อนแล้ว

ต่อมาในเดือนกันยายน นครนิวยอร์กและนครลอสแอนเจลิสประกาศแผนจำกัดการเข้าถึงเครื่องมือ AI บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของโรงเรียน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการเรียนการสอน

โฆษกเขตการศึกษาลอสแอนเจลิสกล่าวกับเอเอฟพีว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบประกาศของกูเกิลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับโรงเรียน ครู และนักเรียน พร้อมระบุว่า เขตการศึกษามองว่า AI สามารถช่วยพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ได้ หากนำมาใช้อย่างรอบคอบและมีมาตรการคุ้มครองที่ชัดเจน

โฆษกกล่าวเพิ่มเติมว่า หลักการของเขตการศึกษาคือ เทคโนโลยีต้องสนับสนุนการทำงานของครู ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ครู และต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียน

ขณะที่กูเกิลระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้โรงเรียนมีทางเลือกในการควบคุมการใช้งานมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง พร้อมยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับการที่นักเรียนใช้ AI เพื่อย่นย่อหรือหลีกเลี่ยงการทำการบ้านด้วยตนเอง และโรงเรียนได้แจ้งความประสงค์ว่าต้องการมีอำนาจควบคุมการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้