ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหารือกับที่ปรึกษาและสอบถามบุคคลใกล้ชิดว่า พีต เฮกเซธ ควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมต่อไปหรือไม่ หลังพรรครีพับลิกันประสบความพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ระบุว่าสงครามอิหร่านเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พรรคต้องสูญเสียคะแนนเสียง
รายงานของ CBS News เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน อ้างแหล่งข่าวหลายรายเผยว่า ทรัมป์ได้สอบถามที่ปรึกษาทั้งในการหารือส่วนตัวและทางโทรศัพท์เกี่ยวกับอนาคตของเฮกเซธ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าความพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกันอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนบุคลากรระดับสูงในรัฐบาล
เจ้าหน้าที่บางส่วนในทำเนียบขาวคาดการณ์ว่า พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) และพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม อาจถูกโยงให้รับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ของพรรค เนื่องจากทั้งสองมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกส่วนระบุว่า ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหมหรือไม่ ขณะที่ก่อนการเลือกตั้ง พรรคเดโมแครตได้พยายามผลักดันกระบวนการถอดถอนเฮกเซธอยู่แล้ว และความพยายามดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้น หลังพรรคเดโมแครตมีเสียงข้างมากอย่างแข็งแกร่งในทั้งสองสภา
ด้านเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโทษสงครามว่าเป็นสาเหตุของความพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกัน โดยโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อเช้าวันพุธว่า “เหตุผลที่เราแพ้คือสงคราม”
แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยกับ CBS News ด้วยว่า ชื่อของรอน เดอซานทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาจากพรรครีพับลิกัน ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่อาจเข้ามาแทนเฮกเซธ
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ในช่วงบ่ายวันพุธว่า กำลังพิจารณาเปลี่ยนตัวเฮกเซธหรือไม่ เขาตอบว่า “ไม่ ผมคิดว่าเขาทำงานได้ดีมาก”
ด้านแอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า ทรัมป์ยังคง “มีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่” ต่อเฮกเซธ พร้อมกล่าวชื่นชมปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านและเวเนซุเอลา รวมถึงความพยายามของรัฐมนตรีกลาโหมในการยกเลิกแนวทางของกระทรวงกลาโหมในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน ที่ให้ความสำคัญกับนโยบายความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) ตลอดจนแนวคิดที่ทำเนียบขาวเรียกว่า “อุดมการณ์ตื่นรู้” (Woke Ideology)








