หนังสือพิมพ์อิสราเอล ฮาอาเรตซ์ รายงานว่า บริษัทเอกชนในอิสราเอลกำลังใช้เครื่องมือไซเบอร์ขั้นสูงในการเจาะระบบดิจิทัลของรถยนต์ เพื่อสอดแนมผู้โดยสารภายในรถและติดตามความเคลื่อนไหวของยานพาหนะ โดยอาศัยข้อมูลที่เกิดจากรถยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (connected vehicles)

รายงานระบุว่า เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำข้อมูลจากรถจำนวนมากมาประมวลผลร่วมกัน เพื่อคัดกรองและระบุ “เป้าหมายด้านข่าวกรอง” จากรถนับหมื่นคันที่วิ่งอยู่บนท้องถนนได้

การสืบสวนของฮาอาเรตซ์พบว่า อย่างน้อย 3 บริษัทอิสราเอลพัฒนาระบบที่เรียกว่า CARINT (Car Intelligence) ซึ่งนำข้อมูลจากรถยนต์มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการเฝ้าระวังและข่าวกรอง

เครื่องมือเชิงรุก เจาะไมค์–กล้องในรถ

หนึ่งในบริษัทที่ถูกกล่าวถึงคือ โทคา ซึ่งพัฒนาเครื่องมือไซเบอร์เชิงรุกที่สามารถเข้าถึงไมโครโฟนและกล้องของรถยนต์ เพื่อเก็บข้อมูลจากภายในรถได้โดยตรง

บริษัทดังกล่าวก่อตั้งโดย เอฮุด บารัค อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล และ ยารอน โรเซน อดีตผู้บัญชาการด้านไซเบอร์ของกองทัพ

ตามรายงาน เครื่องมือของโทคาสามารถเจาะระบบมัลติมีเดียของรถ เปลี่ยนรถให้กลายเป็นอุปกรณ์ดักฟังจากระยะไกล ทั้งการฟังเสียงผ่านระบบแฮนด์ฟรี และการเข้าถึงกล้องบนแดชบอร์ดหรือรอบตัวรถ รวมถึงการระบุตำแหน่งและติดตามเส้นทางการเดินทาง

ผสานข้อมูล ไม่ต้องแฮ็กก็สอดแนมได้

อีกบริษัทหนึ่งคือ เรย์โซน ซึ่งพัฒนาเครื่องมือเฝ้าระวังรถยนต์โดยไม่จำเป็นต้องแฮ็กอุปกรณ์ใดๆ แต่ใช้ข้อมูลโฆษณาเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่บนโลกออนไลน์มาวิเคราะห์แทน

ระบบ CARINT ของเรย์โซน ซึ่งจำหน่ายผ่านบริษัทย่อย TA9 สามารถรวมข้อมูลตำแหน่งและรูปแบบการเดินทาง เพื่อนำเสนอ “ความครอบคลุมด้านข่าวกรองอย่างสมบูรณ์” ให้กับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานรัฐ

ฮาอาเรตซ์ระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้รัฐบาลสามารถติดตามเป้าหมายผ่านซิมการ์ดในรถ ตรวจสอบการสื่อสารไร้สายและบลูทูธ รวมถึงนำข้อมูลไปเทียบกับกล้องริมถนนเพื่อระบุทะเบียนรถ

จากสัญญาณมือถือถึงเซนเซอร์ในยางรถ

บริษัทที่สามคือ เอเทรอส ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทในเครือ เน็ตไลน์ เพื่อเชื่อมระบบข่าวกรองของรัฐ เข้ากับข้อมูลจากทะเบียนรถ สัญญาณโทรศัพท์มือถือ และระบบสื่อสารอื่นๆ

รายงานระบุว่า ระบบ CARINT ของเอเทรอสสามารถทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ข่าวกรองสัญญาณชื่อ Onyx ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลจากรถที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยตรง

หนึ่งในเซนเซอร์ที่ใช้ป้อนข้อมูลให้ระบบนี้อยู่ใน “ยางรถยนต์” โดยแต่ละยางจะมีรหัสเฉพาะ ส่งข้อมูลแรงดันลมไปยังระบบกลางของรถอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นลายนิ้วมือดิจิทัลที่สามารถใช้ระบุรถแต่ละคันได้

ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและความมั่นคง

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมข่าวกรองระบุว่า เอลตา บริษัทลูกด้านไซเบอร์ของ อิสราเอล แอโรสเปซ อินดัสทรีส์ ก็กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ CARINT เช่นกัน แม้บริษัทจะปฏิเสธให้ความเห็น

ฮาอาเรตซ์ระบุว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา รถยนต์ได้กลายเป็น “คอมพิวเตอร์ติดล้อ” ที่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเครือข่ายมือถืออย่างต่อเนื่อง แม้จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ แต่ก็สร้างความเสี่ยงร้ายแรงต่อความเป็นส่วนตัว และอาจกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงระดับชาติ