ฮามาสระบุว่า ได้ตกลงในหลักการกับโรดแมปเพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งกำหนดให้กลุ่มทยอยปลดอาวุธควบคู่กับการทยอยถอนกำลังของอิสราเอล โดยย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องดำเนินไปพร้อมกัน และอิสราเอลต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตกลงไว้เช่นเดียวกัน

อัลจาซีรารายงานว่า สมาชิกคณะเจรจาของฮามาสเปิดเผยว่า การดำเนินการตามโรดแมปจะเป็นไปตามลำดับขั้น และขึ้นอยู่กับการที่อิสราเอลปฏิบัติตามข้อตกลงในแต่ละระยะ โดยฮามาสจะไม่ดำเนินการฝ่ายเดียว

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า ได้บรรลุ “ข้อตกลงประวัติศาสตร์” ที่จะนำไปสู่การปลดอาวุธของฮามาสและการถอนกำลังของอิสราเอลจากฉนวนกาซาเป็นลำดับขั้น พร้อมเปิดทางสู่การจัดตั้งระบบบริหารและความมั่นคงใหม่หลังสงคราม

ตามโรดแมป กองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force: ISF) จะเข้ามาสนับสนุนการตรวจสอบและรักษาความมั่นคงควบคู่กับการทยอยถอนกำลังของอิสราเอล ขณะที่การบริหารฉนวนกาซาจะทยอยส่งต่อให้ คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการบริหารฉนวนกาซา (NCAG)

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าอิสราเอลได้ตอบรับโรดแมปฉบับดังกล่าว ขณะที่การปลดอาวุธของฮามาสยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้การเจรจาหยุดยิงในระยะต่อไปชะงักมาโดยตลอด

สิ่งสำคัญในโรดแมป

โรดแมปกำหนดให้มีการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนอาวุธภายใน 14 วัน ก่อนทยอยปลดอาวุธภายใต้การกำกับของ NCAG และกลไกตรวจสอบระหว่างประเทศ โดย “NCAG จะเป็นหน่วยงานเพียงแห่งเดียวที่มีอำนาจถือครองและควบคุมอาวุธในฉนวนกาซา และจะบริหารงานอย่างเป็นอิสระโดยไม่อยู่ภายใต้การแทรกแซงของฝ่ายการเมืองหรือกลุ่มติดอาวุธใด” ขณะที่อาวุธหนัก คลังอาวุธ โรงงานผลิตอาวุธ และเครือข่ายอุโมงค์จะถูกรื้อถอนและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ โดยจะไม่มีการส่งมอบอาวุธให้อิสราเอลหรือฝ่ายการเมืองปาเลสไตน์กลุ่มใด กระบวนการทั้งหมดเชื่อมโยงกับการถอนกำลังของอิสราเอลเป็นลำดับขั้น และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 200-300 วัน

ต่อไปนี้คือความคืบหน้าล่าสุด:

ฮามาสย้ำอิสราเอลต้องถอนกำลังก่อน และไม่มีบทบาทในการปลดอาวุธ

กาซี ฮาหมัด สมาชิกอาวุโสและสมาชิกคณะเจรจาของฮามาส กล่าวว่า การปลดอาวุธจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออิสราเอลถอนกำลังออกจากฉนวนกาซาและการฟื้นฟูพื้นที่มีความคืบหน้า พร้อมย้ำว่าอิสราเอลจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว ซึ่งจะอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการแห่งชาติปาเลสไตน์ นอกจากนี้ ฮามาสจะไม่ดำเนินการตามขั้นตอนใด หากอิสราเอลไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตกลงไว้ โดยทุกฝ่ายต้องเดินหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนดร่วมกัน

อียิปต์เตรียมประชุม 4 ชาติ เดินหน้าโรดแมปหยุดยิง

สำนักข่าวอัลกอฮิรา นิวส์ รายงานว่า อียิปต์เตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมกับสหรัฐฯ กาตาร์ และตุรกี เพื่อผลักดันการดำเนินการตามระยะต่อไปของข้อตกลงหยุดยิง โดยแหล่งข่าวระบุว่า ฮามาสและกลุ่มปาเลสไตน์ต่าง ๆ ได้เห็นชอบโรดแมปแล้ว ซึ่งครอบคลุมการจัดตั้ง NCAG การส่งกองกำลังนานาชาติเข้าสนับสนุน และการฟื้นฟูฉนวนกาซา

Gaza Board of Peace ยกโรดแมปเป็น “ก้าวประวัติศาสตร์”

Gaza Board of Peace ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ฮามาสยอมรับแผนปฏิบัติการในการสละอาวุธทั้งหมดอย่างเป็นทางการ โดยจะดำเนินควบคู่กับการถอนกำลังของอิสราเอล พร้อมยกให้เป็นก้าวสำคัญของกระบวนการสันติภาพ คณะกรรมการระบุว่า โรดแมปจะเปิดทางสู่การถ่ายโอนอำนาจการบริหารให้ NCAG การฟื้นฟูด้านความมั่นคง มนุษยธรรม และเศรษฐกิจ รวมถึงสร้างประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญต่อประชาชนในกาซาที่รอคอยอนาคตที่ดีกว่ามาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนจะขึ้นอยู่กับการนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริง

ผู้แทน Board of Peace ย้ำ “การปฏิบัติตามข้อตกลงสำคัญที่สุด”

นิโคไล มลาเดนอฟ ผู้แทนระดับสูงของ Gaza Board of Peace กล่าวว่า ข้อตกลงเป็นผลจากการเจรจาที่ยาวนานหลายเดือน แต่ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการดำเนินการและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ โดยการถอนกำลังของอิสราเอลต้องดำเนินควบคู่กับการปลดอาวุธ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุน NCAG ในการบริหารฉนวนกาซาและฟื้นฟูพื้นที่หลังสงคราม

นักวิเคราะห์ชี้ยังเร็วเกินไปที่จะมองเป็น “จุดเปลี่ยน”

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า แม้โรดแมปหยุดยิงและปลดอาวุธของฮามาสจะเป็นพัฒนาการสำคัญ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของความขัดแย้ง รามี คูรี นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งเบรุต ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยประกาศความสำเร็จหลายครั้งที่ไม่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้ ขณะที่สตีเฟน ซูนส์ ประธานภาควิชาตะวันออกกลางศึกษา มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ตั้งคำถามว่าอิสราเอลจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดหรือไม่

ด้านอดัม ไวน์สไตน์ รองผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางของ Quincy Institute for Responsible Statecraft กล่าวว่า แม้ข้อตกลงครั้งนี้มีความสำคัญ แต่ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้ข้อตกลงสะดุด ทั้งข้อสงสัยว่าฮามาสจะส่งมอบอาวุธทั้งหมดหรือไม่ การเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธอื่นในฉนวนกาซา รวมถึงแรงต่อต้านจากนักการเมืองสายแข็งของอิสราเอล พร้อมย้ำว่า “กลไกการตรวจสอบจะเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของข้อตกลง”

ชาวกาซายังไม่เห็นผลจากข้อตกลง

อิบราฮิม อัล-คอลีลี ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราจากนครกาซา รายงานว่า แม้จะมีความคืบหน้าทางการเมืองและการทูต แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังแทบไม่เปลี่ยนแปลง ชาวปาเลสไตน์ยังคงเผชิญการโจมตีและความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดคือการยุติสงคราม การได้กลับไปยังบ้านของตน และการเห็นข้อตกลงครั้งนี้นำไปสู่สันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม.

ข้อมูล อัลจาซีรา