ซีบีเอสนิวส์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงระดับสูงว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงกรอบเวลาที่กองทัพจะ “พร้อม” สำหรับการโจมตีอิหร่านได้เร็วที่สุดตั้งแต่วันเสาร์นี้ (21 ก.พ. 69)

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวกับซีบีเอสนิวส์ว่า ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารหรือไม่

รายงานระบุว่า แม้ความพร้อมทางทหารจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นวันเสาร์ แต่กรอบเวลาของการดำเนินการใดๆ มีแนวโน้มจะขยับเลยสุดสัปดาห์นี้ออกไป ท่ามกลางการประเมินความเสี่ยงของการบานปลาย รวมถึงผลกระทบทางการเมืองและการทหารของทำเนียบขาว

เพนตากอนเคลื่อนย้ายกำลัง รับมือความเสี่ยงตอบโต้

ซีบีเอสนิวส์รายงานว่า ในช่วงสามวันข้างหน้า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะเคลื่อนย้ายกำลังพลบางส่วนออกจากตะวันออกกลางเป็นการชั่วคราว ส่วนใหญ่ไปยังยุโรปหรือกลับสหรัฐฯ เพื่อเตรียมรับมือความเป็นไปได้ของการตอบโต้จากอิหร่าน หากวอชิงตันเดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า การเคลื่อนย้ายทรัพยากรและบุคลากรก่อนปฏิบัติการทางทหาร เป็นขั้นตอนมาตรฐาน และ “ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าการโจมตีอิหร่านใกล้จะเกิดขึ้นแล้วเสมอไป”

รูบิโอเตรียมพบเนทันยาฮู

รายงานยังระบุว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีแผนเดินทางไปพบ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ภายในราวสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค

ทำเนียบขาวย้ำ “การทูตคือทางเลือกแรก”

ด้าน คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า มี “เหตุผลและข้อโต้แย้งจำนวนมาก” ที่สามารถใช้สนับสนุนการโจมตีอิหร่านได้ แต่ย้ำว่าการทูตยังคงเป็นทางเลือกอันดับแรกของประธานาธิบดี พร้อมปฏิเสธตอบคำถามว่าการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจะประสานกับอิสราเอลหรือไม่

เลวิตต์ยังกล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์เคยดำเนิน “ปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก” เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ซึ่งมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเสริมว่า “อิหร่านจะฉลาดมาก หากบรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐบาลของเขา”

กำลังรบสหรัฐฯ ในภูมิภาคขยับต่อเนื่อง

ขณะนี้ กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมเรือรบในกองเรือ ได้ประจำการอยู่แล้วในภูมิภาค ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สอง USS Gerald Ford กำลังมุ่งหน้าไปตะวันออกกลาง โดยข้อมูลติดตามเรือระบุว่า จนถึงวันพุธ เรือฟอร์ดอยู่บริเวณชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก

ด้านผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี เมื่อวันอังคาร ได้โพสต์ภาพที่สร้างด้วย AI แสดงภาพเรือบรรทุกเครื่องบินฟอร์ดจมอยู่ก้นมหาสมุทร พร้อมข้อความว่า

“ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าส่งเรือรบมุ่งหน้าไปอิหร่าน แน่นอนว่าเรือรบเป็นอาวุธที่อันตราย แต่ก็ยังมีอาวุธที่อันตรายยิ่งกว่า ซึ่งสามารถส่งเรือลำนั้นลงสู่ก้นทะเลได้”

การเจรจานิวเคลียร์ยังห่างจากข้อตกลง

ก่อนหน้านี้ ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านได้หารือทางอ้อมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่นครเจนีวา โดยรัฐบาลทรัมป์ระบุว่ามีความคืบหน้าบางประการ แต่เลวิตต์ยอมรับว่ายังมีประเด็นที่ “ห่างไกลกันมาก” และคาดว่าอิหร่านจะกลับมาพร้อมรายละเอียดเพิ่มเติมภายในสองสัปดาห์ ขณะที่ยังไม่มีการกำหนดวันหารือรอบถัดไป

รายงานยังอ้างแหล่งข่าวสองรายที่ระบุว่า ทรัมป์เคยบอกเนทันยาฮูในการพบกันที่มาร์-อา-ลาโก เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อนว่า เขาจะสนับสนุนการโจมตีของอิสราเอลต่อโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน หากการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานล้มเหลว

ในเวลาเดียวกัน อิหร่านได้ออกประกาศเตือนนักบินให้หลีกเลี่ยงน่านฟ้าทางตอนใต้ของประเทศในวันพฤหัสบดี เนื่องจากการยิงขีปนาวุธในกรอบการซ้อมรบทางทหาร