อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย คันวาล ซิบัล ระบุว่า เรือรบอิหร่านที่ถูกตอร์ปิโดของสหรัฐโจมตีจนจมในมหาสมุทรอินเดียเมื่อวันพุธ อยู่ในสภาพ “ไร้อาวุธป้องกัน” หลังเพิ่งเข้าร่วมการฝึกทางเรือนานาชาติในอินเดียในฐานะแขกรับเชิญของกองทัพเรืออินเดีย
ซิบัลเขียนในแพลตฟอร์ม X ระบุ “เรืออิหร่านลำนี้คงไม่อยู่ในตำแหน่งนั้น หากเราไม่ได้เชิญให้เข้าร่วมการฝึก Milan ของเรา ” พร้อมระบุว่า “เราเป็นเจ้าภาพของการฝึกครั้งนี้”
เรือรบ “ไอริส เดนา” (IRIS Dena) ซึ่งถูกจัดประเภทเป็นเรือพิฆาต เข้าร่วมการฝึกทางเรือนานาชาติในอินเดียเมื่อเดือนก่อน และกำลังเดินทางกลับอิหร่านจากเมืองวิศาขปัตตนัม หลังการฝึกสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 69
ซิบัลระบุว่า กติกาของการฝึกกำหนดให้เรือที่เข้าร่วมไม่สามารถบรรทุกกระสุนหรืออาวุธจริงได้
“ผมได้รับแจ้งว่า ตามระเบียบของการฝึกดังกล่าว เรือที่เข้าร่วม ไม่สามารถบรรทุกกระสุนหรืออาวุธใดๆ ได้ ดังนั้นเรือลำนี้จึง ไม่มีอาวุธป้องกันตัว” เขากล่าวพร้อมระบุว่า “กำลังพลเรืออิหร่านเคยเดินสวนสนามต่อหน้าประธานาธิบดีของเรา”
เขากล่าวอีกว่า “การโจมตีโดยเรือดำน้ำของสหรัฐดูเหมือนจะเป็น การวางแผนล่วงหน้า เพราะสหรัฐทราบดีว่าเรือของอิหร่านเข้าร่วมการฝึกครั้งนี้ ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐเองก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วม แต่กลับถอนตัวในนาทีสุดท้าย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีปฏิบัติการนี้อยู่ในแผนแล้ว”
“สหรัฐได้ เพิกเฉยต่อความอ่อนไหวของอินเดีย เนื่องจากเรือลำนี้อยู่ในน่านน้ำดังกล่าวเพราะคำเชิญของอินเดีย”
คำกล่าวของอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย สอดคล้องกับ นายซาอีด เรซา โมซายับ โมทลาห์ กงสุลใหญ่ของอิหร่านประจำเมืองมุมไบ ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวพีทีไอ วิดีโอส ของอินเดีย ว่า เรือ “ไอริส เดนา” เดินทางมายังอินเดียเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทะเล และกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมเมื่อถูกโจมตี
เมื่อเรือเข้าร่วมการฝึกซ้อมเช่นนี้ เรือจะไม่บรรทุกกระสุนสงครามจำนวนมาก กระสุนที่มีอยู่อย่างจำกัดมักจะถูกใช้ไปในระหว่างการฝึกซ้อมเท่านั้น ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเรือลำนี้แทบจะไม่มีกระสุนทางทหารเลย เขากล่าวอธิบาย
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศศรีลังกา วิจิธา เฮราธ แจ้งต่อรัฐสภาศรีลังกาว่า เรือดังกล่าวกำลังแล่นอยู่นอกน่านน้ำของศรีลังกา เมื่อได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเวลา 05.08 น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันพุธ
ศรีลังกาได้ส่งเรือรบและเครื่องบินของกองทัพอากาศเข้าช่วยเหลือ โดยสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ประมาณ 87 ราย และช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 32 คน ซึ่งบางรายมีอาการบาดเจ็บสาหัส
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ พีต เฮกเซธ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงวอชิงตันว่า เหตุการณ์จมของเรืออิหร่านสะท้อนว่าสงครามสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านกำลังขยายตัวออกไปนอกพรมแดนของประเทศ
เขากล่าวว่า เรืออิหร่าน “คิดว่าตัวเองปลอดภัยในน่านน้ำสากล แต่กลับถูกตอร์ปิโดจม”
พร้อมเสริมว่า “อเมริกากำลังชนะ อย่างเด็ดขาด รุนแรง และไม่ปรานี”
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสงครามคือการทำลายกองทัพเรือของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม นักการเมืองอินเดียจากฝ่ายค้านออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ดังกล่าว โดยสุปรียา ศรีนาเต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคคองเกรส ระบุว่า กองทัพเรืออิหร่าน “เป็นแขกของเรา และเราเป็นฝ่ายเชิญพวกเขา”
เธอกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เรือดำน้ำสหรัฐโจมตีเรือของพวกเขาและสังหารลูกเรือ ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางกลับบ้าน” พร้อมตำหนินายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ที่ยังไม่ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีครั้งนี้
ด้านราหุล คานธี ผู้นำพรรคคองเกรส ก็วิจารณ์ “ความเงียบ” ของรัฐบาลโมดีเช่นกัน โดยระบุว่า
“ความขัดแย้งได้มาถึงหน้าบ้านของเราแล้ว เมื่อเรือรบอิหร่านถูกจมในมหาสมุทรอินเดีย แต่ทว่านายกรัฐมนตรีกลับไม่พูดอะไรเลย”
นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา กองเรืออิหร่านตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างต่อเนื่อง หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มีเรืออิหร่านอีกลำหนึ่งที่มีลูกเรือมากกว่า 100 นาย อยู่ใกล้เขตน่านน้ำศรีลังกาในวันพุธ โดยเจ้าหน้าที่เรือเกรงว่าจะเผชิญการโจมตีลักษณะเดียวกัน
รายงานระบุว่า เรือดังกล่าวได้ร้องขอเข้าเทียบท่าฉุกเฉิน แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต ตามการเปิดเผยของสมาชิกรัฐสภาศรีลังกา นามัล ราชปักษา
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อะรอกชี เตือนว่า อิหร่านอาจตอบโต้ โดยกล่าวว่า
“จำคำของผมไว้ สหรัฐจะต้องเสียใจอย่างขมขื่นกับบรรทัดฐานที่ตนเองได้สร้างขึ้น”








