สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติการโจมตีระหว่างกันเป็นการชั่วคราว พร้อมเตรียมส่งคณะผู้แทนพบกันที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในวันอังคารนี้ (30 มิ.ย.) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความหวังว่าจะลดความตึงเครียดที่กระทบต่อการเดินเรือและความมั่นคงด้านพลังงานของโลก
สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง รวมถึง AFP, Reuters และ Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยุติปฏิบัติการโจมตีทางทหารชั่วคราว และเดินหน้าการเจรจาทางเทคนิคภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวกับ Axios ว่า “เราได้ตัดสินใจยุติกิจกรรมทางทหารทั้งหมด” (We decided to stop all the kinetic activity) โดยใช้คำศัพท์ทางทหารที่หมายถึงการปฏิบัติการโจมตีด้วยกำลัง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า การเจรจาทางเทคนิคจะดำเนินต่อไปในทุกประเด็นของบันทึกความเข้าใจ และทั้งสองฝ่ายจะ “ยุติการโจมตีในเวลานี้” พร้อมเปิดทางให้เรือสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี
รายงานระบุว่า คณะผู้แทนของทั้งสองประเทศมีกำหนดพบกันที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในวันอังคาร โดย Reuters ระบุว่าการหารือจะครอบคลุมทุกประเด็นของบันทึกความเข้าใจ ขณะที่ Axios ระบุว่าการเจรจาจะมุ่งเน้นไปที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก
นอกจากนี้ Axios ยังรายงานว่า นิค สจ๊วร์ต หัวหน้าคณะทำงานด้านเทคนิคของสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการหารือดังกล่าวด้วย
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และอิหร่านได้แลกเปลี่ยนการโจมตีกันหลายระลอก แม้จะมีบันทึกความเข้าใจที่มุ่งยุติความขัดแย้งซึ่งปะทุตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว อิหร่านให้คำมั่นว่าจะรับประกันการเดินเรือของเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ขณะที่สหรัฐฯ ตกลงยุติมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดกลับปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังเรือบรรทุกสินค้าหลายลำถูกโจมตีในบริเวณอ่าวโอมานและช่องแคบฮอร์มุซ โดยสหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าละเมิดบันทึกความเข้าใจ ก่อนเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคและยืนยันว่าตนมีสิทธิ์ดูแลการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ หรือรัฐบาลอิหร่านเพื่อยืนยันรายงานดังกล่าว แต่หากการเจรจาที่กาตาร์เกิดขึ้นตามกำหนด ก็อาจเป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูเสถียรภาพการเดินเรือในหนึ่งในเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก








