สำนักงานของมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด อดีตประธานาธิบดีอิหร่าน ปฏิเสธรายงานของเดอะนิวยอร์กไทมส์ที่อ้างว่า หน่วยข่าวกรองมอสสาดของอิสราเอลใช้เวลาหลายปีพยายามดึงตัวเขา และวางแผนผลักดันขึ้นเป็นผู้นำอิหร่านแทนผู้นำปัจจุบัน โดยเรียกข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นเรื่อง “สไตล์ฮอลลีวูด”

สำนักงานของอาห์มาดิเนจาดออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) โดยเริ่มต้นด้วยการย้อนถึงรายงานของเดอะนิวยอร์กไทมส์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม หรือ 55 วันก่อนหน้านี้ ซึ่งอ้างว่า ในช่วงต้นสงคราม สหรัฐฯ และอิสราเอลมีแผนผลักดันอาห์มาดิเนจาดขึ้นเป็นผู้นำอิหร่าน หากโครงสร้างการปกครองปัจจุบันล่มสลาย

สำนักงานของอาห์มาดิเนจาดระบุว่า รายงานดังกล่าวเป็น “ข่าวอันเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง” และกล่าวหาว่าเดอะนิวยอร์กไทมส์พยายามฉวยใช้ความอ่อนไหวทางการเมืองจากภัยคุกคามทางทหาร เพื่อสร้างความสับสนในหมู่สาธารณชน และใช้ความนิยมอย่างกว้างขวางของอดีตประธานาธิบดีเป็นเครื่องมือทำ “สงครามจิตวิทยา” ต่อประชาชนอิหร่าน

แถลงการณ์ระบุว่า ในเวลานั้น สำนักงานของอาห์มาดิเนจาดไม่ได้ให้ความสนใจต่อรายงาน เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ที่ถูกนำเสนอ “น่าขัน” และหนังสือพิมพ์ดังกล่าวไม่มีความน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานของเขาระบุว่า หลังผ่านไป 55 วัน เดอะนิวยอร์กไทมส์ได้นำ “สถานการณ์อันน่าอับอายเดิม” กลับมาเสนออีกครั้ง พร้อม “แต่งเติมกิ่งก้านให้แก่ต้นไม้ชั่วร้ายแห่งคำโกหก” เพื่อสร้างความวุ่นวาย

แถลงการณ์ยังกล่าวหาเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า พร้อมเผยแพร่บทความและข่าวปลอมจากบุคคลฉาวโฉ่ “เพื่อแลกกับเงิน” และระบุว่า ข้อกล่าวหาที่ว่าอาห์มาดิเนจาดถูกกักบริเวณในบ้าน ถูกนำมาใช้เพื่อทำให้เรื่องราวของหนังสือพิมพ์ดูน่าเชื่อถือ

“แม้เรายังคงเชื่อว่า ข้อกล่าวหา ‘สไตล์ฮอลลีวูด’ ของหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ไม่จำเป็นต้องได้รับการปฏิเสธ แต่ด้วยข้อพิจารณาทางการเมืองและสถานการณ์อันละเอียดอ่อนของประเทศ ตลอดจนเพื่อขัดขวางแผนการสร้างความวุ่นวายของศัตรู เราขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จโดยสิ้นเชิงทั้งหมดของหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์อันไร้เกียรติ และบรรดาบุคคลชั่วช้าและโสมมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการดังกล่าว” แถลงการณ์ระบุ

สำนักงานของอดีตประธานาธิบดียังกล่าวต่อประชาชนอิหร่านว่า อาห์มาดิเนจาด “ยังคงภาคภูมิและยืนหยัดมั่นคง เช่นเดียวกับที่ผ่านมา” และยังคงดำเนินภารกิจประจำวันและรับใช้ประชาชนตามปกติ

ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน เดอะนิวยอร์กไทมส์เผยแพร่รายงานพิเศษโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า มอสสาดใช้เวลาหลายปีพยายามเข้าหาอาห์มาดิเนจาด ในปฏิบัติการลับที่มีเป้าหมายพิจารณาเขาเป็นบุคคลที่อาจขึ้นมามีบทบาทนำในอิหร่าน หากรัฐบาลปัจจุบันล่มสลาย รายละเอียดของรายงานดังกล่าวได้รับการรายงานต่อโดยสื่อหลายแห่ง รวมถึงเดอะการ์เดียนและอิหร่าน อินเตอร์เนชันแนล

รายงานอ้างว่า ความพยายามดังกล่าวรวมถึงการจัดการพบปะลับ โดยใช้คำเชิญให้อาห์มาดิเนจาดเดินทางไปร่วมกิจกรรมในต่างประเทศเป็นฉากบังหน้า และมีการพบปะในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

หนึ่งในการพบปะดังกล่าวมีดาวิด บาร์เนีย ผู้อำนวยการมอสสาดเข้าร่วมด้วย ตามรายงานซึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลมองอาห์มาดิเนจาด แม้เป็นที่รู้จักจากท่าทีต่อต้านอิสราเอลอย่างรุนแรงในอดีต เป็นบุคคลที่อาจมีบทบาทนำหากโครงสร้างอำนาจของอิหร่านพังลง

เดอะนิวยอร์กไทมส์ยังอ้างว่า ในช่วงต้นสงคราม การโจมตีบ้านพักของอาห์มาดิเนจาดในกรุงเตหะรานโดยอิสราเอล มีเป้าหมายเพื่อช่วยนำตัวเขาออกจากข้อจำกัดที่เผชิญอยู่ แต่ปฏิบัติการดังกล่าวประสบปัญหา

ตามรายงาน อาห์มาดิเนจาดได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่มอสสาดในสถานที่ปลอดภัยเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนออกจากสถานที่ดังกล่าวภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านซึ่งเดอะนิวยอร์กไทมส์อ้างถึงระบุว่า อดีตประธานาธิบดีถูกควบคุมตัวโดยหน่วยข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามในเวลาต่อมา หลังการติดต่อกับฝ่ายอิสราเอลถูกเปิดเผย รายละเอียดเรื่องสถานที่ปลอดภัยและการถูกควบคุมตัวปรากฏในรายงานต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของเดอะนิวยอร์กไทมส์

อย่างไรก็ตาม สำนักงานของอาห์มาดิเนจาดยืนยันในแถลงการณ์ล่าสุดว่า เขายังคงดำเนินงานและกิจวัตรประจำวันตามปกติ พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดของเดอะนิวยอร์กไทมส์อย่างเด็ดขาด

รายงานดังกล่าวยังสร้างความประหลาดใจให้กับคริสเตียน อามันปูร์ (Christiane Amanpour) ผู้ประกาศข่าวเชื้อสายอิหร่านของซีเอ็นเอ็น ซึ่งโพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ว่า

“รายงานนี้พูดถึงอาห์มาดิเนจาดจริงๆ หรือ? คนเดียวกันกับที่ปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว? คนที่ต้องการลบอิสราเอลออกจากแผนที่? คนที่อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตและการทรมานในเหตุปฏิวัติเขียว และโกงการเลือกตั้งปี 2009? คนที่เร่งโครงการนิวเคลียร์? นักอิสลามนิยมสายเคร่งที่หมกมุ่นกับวันสิ้นโลกคนนั้นน่ะหรือ?”

ต่อมาบัญชีฝ่ายสื่อสารของเดอะนิวยอร์กไทมส์ตอบกลับอามันปูร์โดยตรง พร้อมยืนยันว่า หนังสือพิมพ์ยังคงยืนหยัดต่อรายงานดังกล่าว

“เรายืนหยัดปกป้องรายงานชิ้นนี้ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการรายงานอย่างกว้างขวางและการใช้แหล่งข่าวอย่างเข้มงวด ผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ทั้ง 4 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการระหว่างประเทศและการทูตที่มีแหล่งข่าวเชิงลึกมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก และได้เปิดเผยรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า”

อาห์มาดิเนจาดดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอิหร่านระหว่างปี 2005-2013 และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขามีความขัดแย้งกับบุคคลบางส่วนในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการทุจริต และถูกตัดสิทธิจากการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีหลายครั้ง