เที่ยวแบบวิถี “สโลว์ไลฟ์” ที่แม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่


บรรยากาศของหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนภูเขา ท่ามกลางธรรมชาติ ของ “หมู่บ้านแม่กำปอง” อยู่ในตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ “ที่เขา 
(เขาคือใครก็ไม่รู้) ว่ากันว่า ถ้าอยากรู้จักการเที่ยวแบบวิถี slow life” ให้มาเที่ยว
หมู่บ้านแม่กำปอง

569

การเที่ยวแบบ slow life คืออะไร?  เขาบอกว่า Slow life คือ การใช้ชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างมีสาระ  ชะลอตัวเองให้ไม่ไหลอย่างไร้ทิศทางไปตามกระแสสังคม ทำทุกอย่างด้วยสปีดที่ช้าลง เพื่อให้มีสติและซึมซาบความหมายของชีวิตได้มากขึ้น ทั้งหมดนี้มี Carl Honoré บุคคลที่สื่ออังกฤษ ฮัฟฟิงตันโพสต์ (Huffington Post) ขนานนามว่าเป็นตัวพ่อแห่งการใช้ชีวิตแบบช้าๆ ได้ให้นิยามของชีวิต Slow life เอาไว้


ชวนเที่ยวแบบ slow lfie แต่เกริ่นนำสาระมาก่อน ก็เพื่อให้ดูน่าสนใจขึ้น (ฮา) เพราะทริปนี้ กองบรรณาธิการนิตยสารพับลิกโพสต์พามาเที่ยวไกล  ชวนมาเปลี่ยนบรรยากาศจากเที่ยวตลาดน้ำในเมืองกรุง  มาสัมผัสกับธรรมชาติและอากาศเย็นสบายทางเหนือกันบ้าง

ที่นี่ไม่มี wifi ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ นอกจากธรรมชาติแท้ๆ มีน้ำตก มีต้นไม้เขียวครึ้ม มีภูเขาที่ต้นไม้ปกคลุม มีลำธารที่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ เอื่อยๆ  และบรรยากาศของหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนภูเขา ท่ามกลางธรรมชาติ

“หมู่บ้านแม่กำปอง” อยู่ในตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่  “ที่เขา (เขาคือใครก็ไม่รู้) ว่ากันว่า ถ้าอยากรู้จักการเที่ยวแบบวิถี slow life”  ให้มาเที่ยว
หมู่บ้านแม่กำปอง

ท้ากันแบบนี้ เราจะพลาดได้อย่างไร พวกเรา 5 คน เหิรฟ้าจากกรุงเทพฯ ด้วยนกแอร์ที่ใช้เวลาเดินทาง ทั้งเลื่อน ทั้งเลท เกือบ 5 ชั่วโมง เริ่มต้นก็ slow life แล้ว ฮ่า (จนคนมารอรับคิดว่าพวกเรามาด้วยรถทัวร์?) จากนั้นก็เดินทางออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยรถกะบะ ของพี่สุทัศน์ อดีต ผจก. บริษัท TOT สาขาเชียงใหม่ คนท้องถิ่นพาไปเองแบบนี้ คงไม่หลงแน่ๆ แต่มีเลยแทน (ฮ่าๆ)

การเที่ยวแบบ slow life จึงเริ่มต้นขึ้นด้วยการนั่งเบียดในรถกะบะแบบมีแคป ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร ที่เราอัดกันไปในรถกะบะ กับถนนที่ขรุขระ (เป็นบางช่วง) การขับขึ้นเขาที่ชวนตื่นเต้นบ้าง  ลงจากรถมา ใครที่แข็งแกร่งก็รอดตัวไป ใครที่อ่อนแอก็ควักยาดมมาสูดดมแก้วิงเวียน  แต่บรรยากาศที่เย็นสบาย บวกความสวยงามของสถานที่ เพราะแม่กำปองอยู่บนภูเขาสูงท่ามกลางธรรมชาติ  ป่าเขา น้ำตก แสนเงียบสงบ  แม้จะเป็นช่วงเวลากลางวัน ก็ยังได้ยินเสียงธรรมชาติ เสียงน้ำตก เสียงนกร้อง อากาศก็ดี และยังได้กลิ่นหอมของธรรมชาติ เลยช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นได้อย่างเร็ว

ภาพนิ่ง2แม่กำปอง ไม่มีสถานที่เที่ยวแบบในเมืองเชียงใหม่  ที่นี่มีแต่ธรรมชาติ ธรรมชาติ ธรรมชาติเพียงเท่านั้น

เรานั่งนับกัน ว่าหมู่บ้านแม่กำปอง มีร้านอะไรบ้าง ร้านกาแฟ มี 2 ร้าน ร้านส้มตำ 1 ร้าน  ร้านก๋วยเตี๋ยว 2 ร้าน ร้านสเต็ก 1 ร้าน ร้านของที่ระลึก 1 ร้าน (เราไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์  ร้านเหล่านี้อาจจะมีเพิ่มอีกก็ได้)  ในส่วนของร้านอาหาร พอ 5 โมงเย็นก็ปิดแล้ว นักท่องเที่ยวที่มา slow life แบบค้างคืน (เพราะมีนักท่องเที่ยวมาแบบไม่ค้างคืนด้วยเช่นกัน) มื้อเย็นกับมื้อเช้า จึงต้องฝากท้องกับโฮมสเตย์ที่พัก (ค่าที่พักรวมอาหาร 2 มื้อ พร้องของว่างมีให้ทานตลอด เช่น ผลไม้ กาแฟ  ในราคา 800 บาท/คน แต่มีกระปุกวางไว้ให้นักท่องเที่ยวที่ใจดีหยอดทิป)

ร้านกาแฟยอดนิยมและเป็นศูนย์รวมนักท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุด

“ร้านลุงปุ๊ด ป้าเป็ง” เป็นร้านกาแฟร้านแรกๆ ของแม่กำปอง เป็นแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวต้องไปถ่ายรูป เรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์ของหมู่บ้านแม่กำปอง เพราะนักท่องเที่ยวรอเข้าแถวถ่ายรูปกับป้ายชื่อร้านเป็นระยะๆ

จุดเด่นร้านนี้ นอกจากเป็นซิกเนเจอร์แล้ว ยังเป็นร้านที่อยู่กลางหมู่บ้าน สะดวกต่อการเดินทาง ร้านอยู่ติดริมลำธาร บรรยากาศดีมากๆ จิบกาแฟร้อนๆ 
นั่งฟังเสียงน้ำไหลเบาๆ นั่งมองน้ำในลำธารไหลเอื่อยๆ  นี่คือที่สุดแห่งความไม่เร่งรีบ (เป็นวิถี slow life แน่ๆ) ร้านกาแฟลุงปุ๊ด ป้าเป็ง น