ชีอะห์แสวงบุญใน “พิธีอัรบาอีน” แทนการทำ “พิธีฮัจย์” ??

พิธีอัรบาอีน จัดขึ้นในวันที่ 40 หลังวันที่ “ฮุสเซน บุตรอาลี” อีหม่าม (ผู้นำ) คนที่ 3 ของพวกเขาถูกสังหารโดยกองกำลังที่จงรักภักดีต่อ “ยาซีด” กาหลิบ (คอลีฟะห์) คนที่ 2 ของราชวงศ์อุมัยยะห์ แต่เมื่อชีอะห์ไปแสวงบุญใน “พิธีอัรบาอีน” เพื่อรำลึกถึงฮุสเซน นั่นหมายถึงแทนที่การทำ “พิธีฮัจย์” หรือ?? ชีอะห์และชาวอิหร่านต้องการให้ “กัรบาลา” มาแทนที่ “มักกะห์” จริงหรือ??

1476
ฝูงชนขนาดใหญ่ของผู้แสวงบุญชาวมุสลิมชีอะห์รวมตัวบนลานหน้าสถานฝังศพของอิหม่ามฮุสเซนในเมืองศักดิ์สิทธิ์ กัรบาลา (ภาพ Al-Marjani / Reuters)

นับตั้งแต่การล่มสลายของเผด็จการ “ซัดดัม ฮุสเซน” ในปี 2003 ชีอะห์ได้เริ่มต้นอย่างเปิดเผยอีกครั้งในการประกอบพิธีอัรบาอีน (Arbaeen) สัญลักษณ์การไว้ทุกข์ประจำปี โดยมีผู้คนจำนวนมากมายมโหฬารเข้าร่วมในแต่ละปี

“พิธีอัรบาอีน” นับเป็นการชุมนุมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในโลกพิธีหนึ่ง จัดขึ้นในวันที่ 40 หลังวันที่ “ฮุสเซน บุตรอาลี” อีหม่าม (ผู้นำ) คนที่ 3 ของพวกเขาถูกสังหารโดยกองกำลังที่จงรักภักดีต่อ “ยาซีด” กาหลิบ (คอลีฟะห์) คนที่ 2 ของราชวงศ์อุมัยยะห์ ในปี ค.ศ. 680 (พ.ศ.1223)

ฮุสเซน เป็นหลานชายของศาสดามูฮัมหมัด เขาเป็นที่รักอย่างสุดซึ้งและเป็นอนุสรณ์แห่งความโศกเศร้าในหมู่มุสลิมชีอะห์ จากการที่เขาได้ต่อสู้และเผชิญหน้ากับทหารหลายพันคนที่ถูกส่งมาโดยยาซีด ทั้งที่เขาและสหายร่วมอุดมการณ์มีจำนวนไม่ถึง 100 คน

ในแต่ละปี ก่อนถึงวันอัรบาอีนเล็กน้อย ชาวชีอะห์จากทั่วทุกมุมโลกจะพากันเดินทางไปยังประเทศอิรัก เพื่อเข้าร่วมพิธีเดินเท้าไปยังสถานฝังศพของฮุสเซนในเมืองกัรบาลาอันศักดิ์สิทธิ์ อนึ่งในทุกแขนงสำนักคิดและนิกายของอิสลามนั้นต่างก็ให้ความเคารพต่อฮุสเซน และแม้กระทั่งชาวคริสต์บางกลุ่มในอิรักต่างก็เข้าร่วมขบวนเดินเท้าไปยังเมืองกัรบาลา

เมื่อปีที่แล้ว รายงานระบุว่า มีผู้คน 27 ล้านคนที่เข้าร่วมในพิธีโดยมาจากประเทศต่างๆ เช่น ตุรกี ทาจิกิสถาน เป็นต้น ขณะที่อิหร่านเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด โดยมีประชาชนกว่า 1.5 ล้านคนที่ได้เดินทางไปร่วมพิธีในอิรัก

ในหลายปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากความศรัทธาในแง่ศาสนา ชาวชีอะห์เชื่อว่า การมีส่วนร่วมในพิธีนี้เสมือนเป็นการส่งสารท้าทายกลุ่มไอซิส (Isis) ด้วย “ความสามัคคี อำนาจ และความพร้อม” ในการเผชิญหน้ากับกลุ่มก่อการร้ายนี้

มูฮัมหมัด นากี ลุตฟี อีหม่าม (ผู้นำ) ละหมาดวันศุกร์ของเมืองอีลาม (Ilam) อิหร่าน กล่าวเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ว่า “มหากาพย์ของการเดินขบวนในพิธีอัรบาอีนในอิรักนั้น อันที่จริงคือการสำแดงถึงความสามัคคีและความมุ่งมั่นของชีอะห์ที่จะเผชิญหน้ากับกลุ่มตักฟีรี (กลุ่มสุดโต่งที่วินิจฉัยผู้ที่มีทัศนะไม่ตรงกับตนว่าเป็นผู้นอกศาสนา) และสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงแก่พวกเขา”

นอกจากนี้ อัรบาอีนถือเป็นความท้าทายโดยตรงไปยังซาอุดิอาระเบีย ซึ่งถูกกระแทกกระทั้นจากอิหร่านในเรื่อง “การบริหารจัดการที่ผิดพลาด” ในพิธีฮัจย์ที่แตกตื่นชุลมุนเมื่อปี 2015 ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้แสวงบุญจำนวนมาก รวมทั้งชาวอิหร่านหลายร้อยคน

การบริหารจัดการของการแสวงบุญในอิรักไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับรัฐบาล และค่าใช้จ่ายในการเดินทางนั้นราคาถูก มีอาสาสมัครเป็นจำนวนมากบนเส้นทางของการเดินขบวนไปยังกัรบาลาที่คอยแจกอาหารและเครื่องดื่มฟรีให้กับผู้แสวงบุญ นอกจากนี้ในระหว่างพิธี – ซึ่งมีผู้แสวงบุญจำนวนมหาศาลหลายเท่ากว่าพิธีฮัจย์ในซาอุดีอาระเบีย – ก็ไม่เคยมีใครถูกฆ่าตายเนื่องจากการแตกตื่นหรือการบริหารจัดการที่ผิดพลาดแต่อย่างใด

ดาน่า (Dana) เว็บไซต์ข่าวของอิหร่าน  ได้เขียนรายงานเมื่อวันที่ 7 พ.ย. อ้างถึงเหตุการณ์เหยียบกันตาย ในพิธีฮัจย์ ปี 2015 ในซาอุดิอาระเบีย  ว่า “การเดินขบวนจะถูกดำเนินการภายใต้การบริหารที่ถูกต้อง โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บใดๆ … การปรากฏตัวของผู้คน (จำนวนมาก) ในพิธีอัรบาอีน คือสิ่งที่พวกเขา (หมายถึงประเทศซาอุดีอาระเบีย) ควรเรียนรู้จากพิธีนี้”