อิสลาม มอญ และจีน ในราชินีกุลรัชกาลที่ ๓ และราชินีกุลรัชกาลที่ ๕

515

ขอบคุณ/ที่มา เว็บไซต์หนังสือศิลปะวัฒนธรรม


ราชินีกุลรัชกาลที่ ๓ หมายถึงเชื้อสายอันเป็นพระวงศ์ในกรมสมเด็จพระศรีสุราลัย พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับได้ ๒ ทางคือ ทางพระชนก พระยานนทบุรีศรีมหาอุทยาน (พระชนกจัน) ทางหนึ่ง และ ทางพระชนนี เพ็ง ทางหนึ่ง

ส่วนราชินีกุลรัชกาลที่ ๕ หมายถึงเชื้อสายอันเป็นพระวงศ์ในสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ พระชนกในสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินีเป็นขัตติยราชสกุล จึงไม่นับเป็นราชินีกุลรัชกาลที่ ๕ จะนับแต่ฝ่ายพระชนนีน้อยว่าเป็นราชินีกุลรัชกาลที่ ๕ แต่เพียงฝ่ายเดียว

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีสายสัมพันธ์ทางสายพระโลหิตทั้ง ๒ ทาง กล่าวคือ ถ้านับทางพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเป็นสมเด็จพระบรมราชปิตุลาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ถ้านับทางสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเป็นสมเด็จพระบรมอัยกาธิราชในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขณะเดียวกัน ราชินีกุลในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และราชินีกุลในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่างก็มีความสัมพันธ์เป็นพระญาติสายโลหิตกันหลายชั้น ทั้งนี้ราชินีกุลรัชกาลที่ ๓ มีสกุลอิสลามและสกุลมอญเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนราชินีกุลรัชกาลที่ ๕ นอกจากจะเกี่ยวเนื่องด้วยสกุลอิสลามและสกุลมอญแล้ว ยังมีสกุลจีนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา มีข้าราชการผู้หนึ่งชื่อ “หมุด” เป็นชาวอิสลาม นิกาย “สุหนี่” ท่านรับราชการเป็นหลวงศักดินายเวรมหาดเล็ก เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงทำสงครามกอบกู้อิสรภาพและสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี หลวงศักดินายเวรมหาดเล็ก (หมุด) ได้รับราชการมีความดีความชอบ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ตามลำดับ และได้รับสถาปนาเป็นเจ้าพระยาจักรี และเพราะเป็นอิสลาม หรือเป็น “แขก” จึงเรียกเจ้าพระยาจักรีท่านนี้ว่า “เจ้าพระยาจักรี แขก”

เจ้าพระยาจักรี แขก มีบุตรชาย ๒ คน

คนโตชื่อ “หมัด” รับราชการมีความดีความชอบได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นที่ พระยายมราช ซึ่งคนก็เรียกกันโดยทั่วไปว่า “พระยายมราช แขก”

บุตรอีกคนหนึ่งของเจ้าพระยาจักรี แขก ชื่อ “หวัง” รับราชการในกรมมหาดไทยเป็นที่พระชลบุรี ครั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชปราบดาภิเษกแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระชลบุรีย้ายเข้ามารับราชการในกรุงเทพฯ และทรงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาราชวังสันท่านผู้นี้ตั้งเคหสถานอยู่ที่ริมวัดหงส์รัตนาราม คลองบางกอกใหญ่

บรรดาศักดิ์ที่พระยาราชวังสันเป็นบรรดาศักดิ์เฉพาะของผู้บังคับบัญชากองทัพเรือ ซึ่งได้ใช้สืบต่อกันมาจนเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๕ ผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์นี้เป็นคนสุดท้ายคือนายพลเรือโท พระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน) ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในหลายรัฐบาลในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน

พระยาราชวังสัน (หวัง) มีภริยาชื่อท่านชู มีธิดาด้วยกัน ๓ คน คือ

๑. ท่านเพ็ง เกิดปี พ.ศ. ๒๓๑๓ ท่านเป็นพระชนนีในกรมสมเด็จพระศรีสุราลัย (เจ้าจอมมารดาเรียม) พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

๒. ท่านปล้อง เป็นภรรยาของพระยาวิชิตเสนา มหาพิชัย อภัยพิริยศรีสงคราม (พระยาพัทลุง-ทองขาว) ผู้ว่าราชการเมืองพัทลุงซึ่งเป็นอิสลามิกชนเช่นเดียวกัน

๓. ท่านรอด เป็นภรรยาพระยาศรีสรราช (เงิน) และเป็นพระนมในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ท่านเพ็ง ธิดาคนโตของพระยาราชวังสัน (หวัง) ได้สมรสกับพระยานนทบุรีศรีมหาอุทยาน (จัน) ผู้ว่าราชการเมืองนนท์ ท่านผู้นี้เป็นคนไทยชาวพุทธสกุลบางเชือกหนัง ท่านทั้งสองมีธิดาร่วมกัน ๑ คน คือ “เรียม” นอกจากนั้นพระยานนทบุรีฯ ยังมีบุตรกับภรรยาอื่นอีก ๑ คน เป็นชายชื่อนาค นับเป็นต้นสกุลของพระยารัตนอาภรณ์ (แตง)

พระยานนทบุรีศรีมหาอุทยานและท่านเพ็ง ได้ถวายคุณเรียม ธิดาคนเดียว ให้เป็นหม่อมในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ซึ่งในขณะนั้นประทับ ณ พระราชวังเดิมธนบุรี

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ เดือน ๔ แรม ๑๐ ค่ำ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๐ เมื่อแรกเสด็จพระราชสมภพทรงดำรงพระยศเป็นหม่อมเจ้า มีพระนามว่า “หม่อมเจ้าทับ”

หม่อมเจ้าทับเป็นพระราชนัดดาที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระมหากรุณาธิคุณและพระเ