จากนักรัฐประหาร สู่ถนนการเมือง “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน”

10

แม้จะไม่มีสัญญาณการเลือกตั้งในเร็ววันนี้ แต่สถานการณ์ทางการเมืองของไทย ยังไม่นิ่งเสียทีเดียว อะไรก็เกิดขึ้นได้ การเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งของพรรคการเมือง จึงต้องพร้อมเสมอ กองบรรณาธิการ พับลิกโพสต์ มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ในฐานะประธานพรรคมาตุภูมิ ในมุมมองทางการเมือง และระบบประชาธิปไตยแบบไทยๆ และคำถามคาใจ เรื่องการประหารกับประชาธิปไตย ในสายตาอดีตผู้เปลี่ยนโฉมการเมืองไทยเมื่อ 19 ก.ย. 2549

แนวคิดกับการตั้งพรรคการเมือง

ในหลักการเขาบอกว่า พรรคการเมืองเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประชาธิปไตย แต่ประเทศจะเป็นประชาธิปไตยได้ นักการเมืองจะต้องเป็นประชาธิปไตยก่อน เพราะนักการเมืองอยู่กับประชาชน และพรรคการเมือง คือ องค์กรเริ่มต้นในการพัฒนาประชาธิปไตย

กระนั้นที่ผ่านมา เราเคยเห็นว่าพรรคการเมืองจำนวนไม่น้อย ที่เหมือนไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นหน่วยงานหรือเป็นบริษัท สิ่งเหล่านี้ ก็ทำให้บ้านเราไขว่คว้าหาประชาธิปไตยกันเหลือเกิน  78 ปี มานี้มันก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบเสียที ก็เกิดจากองค์กรเริ่มต้นยังไม่สมบูรณ์ มีพรรคการเมืองอยู่ไม่กี่พรรคที่เป็นสถาบันจริงๆ

การร่ำร้องประชาธิปไตยของสังคมที่เกิดขึ้น ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มันจะเกิดขึ้นจากความเป็นประชาธิปไตยในจุดเริ่มต้นหรือเปล่า? ตรงนี้นี่เอง มันยังไม่สามารถที่จะนำพาประเทศไปสู่ ประชาธิปไตยได้ คิดว่าเราน่าจะมาเริ่มต้นตรงนี้ดีกว่า การเป็นพรรคที่กำหนดแนวความคิดในหลักที่เป็นไปตามหลักการ มันน่าจะต้องเริ่มต้นเป็นแบบอย่าง

เมื่อเรารักประชาธิปไตย เราก็ต้องทำสถาบันนี้ ให้เป็นสถาบันเริ่มต้นของการเป็นประชาธิปไตย การทำงานของพรรคก็จะมุ่งไปสู่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

คนที่จะเข้ามาก็จะต้องเป็นคนที่มีอุดมการณ์ มีความรู้ มีความตั้งใจจริง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มุ่งมั่นที่จะนำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ

จุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยต้องมาจากพรรคการเมือง ตัวท่านเองท่านเป็นผู้ล้มระบบประชาธิปไตยมาครั้งหนึ่ง แล้ววันนี้มาตั้งพรรคการเมือง จะอธิบายอย่างไร?

ต้องอธิบายให้ประชาชนเขาฟังว่า คำว่าประชาธิปไตยคืออะไร ในเมื่อประชาชนและนักวิชาการรู้ว่าประชาธิปไตยในช่วงก่อน 19 กันยา เป็นอย่างไร แต่มีประชาชนบางส่วนที่อาจจะไม่เข้าใจ เพราะประชาชนในประเทศเรา รู้จักคำว่าประชาธิปไตยแค่ การมีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ว่าในภาพของประชาธิปไตยมีองค์ประกอบอื่นอีกหลายเรื่อง

การที่ผู้ปกครอง หรือ รัฐบาล เข้าไปมีส่วนในการครอบงำองค์กรอิสระ เข้าไปทำอะไรต่อมิอะไร หลายเรื่องอย่างที่เห็น อย่างนี้มันใช่ประชาธิปไตยหรือเปล่า

ฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นฝ่ายความมั่นคง เรามีหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติ หนึ่งปกป้องความเป็นประชาธิปไตย สอง ปกป้องสถาบัน นอกจากสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันชาติ

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ มันเป็นจุดหนึ่งที่เป็นจุดเชื่อมว่า สิ่งที่กำลังเดินไปก่อน 19 กันยา นั้นมันไม่ใช่ประชาธิปไตย เรามีหน้าที่ทำอะไร เรามีหน้าที่ในการรักษาระบบประชาธิปไตยต่างหาก พอถึงวันที่ 19 ผ่านไป วันที่ 20 จะเห็นว่าวันที่ 20 เป็นวันที่ประชาชนมีความสุข ทั้งประเทศมีความสุข ทุกคนมาให้กำลังใจ ทุกคนมาให้ดอกไม้ ทุกคนมาในสภาพที่ยิ้มแย้ม แจ่มใส รอยยิ้ม ซึ่งมันหายไปตั้งนาน มันกลับคืนขึ้นมา ในวันที่ 20

จะเห็นว่าในวันที่ 20 ปรากฏให้เห็นว่า คนทั้งประเทศมีความสุข ประชาธิปไตยคือการทำอะไรก็ตามถ้ามีประชาชนเห็นสมควร ร่วมด้วย มีความพอใจ นั่นคือการทำตามระบอบประชาธิปไตย ยกตัวอย่างเช่นในประเทศฟิลิปปินส์ มีการปฏิวัติรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ปฏิวัติโดยประชาชนและทหาร ในที่สุดรัฐบาลแพ้การปฏิวัติครั้งนั้น เขาเรียกว่า การปฏิวัติแบบฟลาวเวอร์ เรฟโวลูชั่น (Flower Revolution)

การปฏิวัติ คือการกระทำที่ถูกต้อง เพราะมีประชาชนเป็นส่วนองค์ประกอบ เช่นเดียวกันวันที่ 19 ก็คือการกระทำที่มีประชาชนอยู่ข้างหลัง การบ่งบอกก็คือว่า วันที่ 20 ประชาชนออกมาพร้อมเพรียงกันทั้งประเทศ ทุกคนมีความสุข นี่คือการปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งมีประชาชนให้การสนับสนุน คือ สิ่งที่พวกเราในฐานะที่เราเป็นสื่อ เราต้องรู้ว่าระบอบประชาธิปไตย มันมีหลักการอยู่กี่ข้อที่มีองค์ประกอบในการเป็นประชาธิปไตย เราต้องไปศึกษาตรงนั้นแล้วเราจะเข้าใจว่าบ้านเราเป็นอะไร

เวลาเราเขียนว่ารัฐบาลทำอย่างนี้เป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า คนนี้ทำอย่างนี้ เรียกร้องสิทธิ์อย่างนี้ เป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ความรุนแรง เป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า อยู่ในกติกาประชาธิปไตยหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้เราต้องศึกษา อย่างที่เขาพูดว่า เรื่องของรูล ออฟ ลอว์ (The rule of law) ก็คือ นิติรัฐ สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนรู้สิทธิ ทุกคนรู้หน้าที่ ฉันจะเดินขบวนฉันก็เดิน สิทธิเดินมี แต่ละเมิดสิทธิผู้อื่นมันไม่ได้ นี่ไม่ใช่ประชาธิปไตย มันเขียนไว้ชัด ในบ้านเรา ทุกคนก็อยากมีประชาธิปไตย แล้วเราเข้าใจประชาธิปไตยหรือเปล่า มันกลายเป็นว่าเรามีความรู้สึกส่วนตัวว่า ฉันไม่พอใจ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย

นโยบายอะไรที่สามารถจับต้องได้ และเป็นจุดเด่นของพรรค?

ยุทธศาสตร์เฉพาะของพรรค มีอยู่ 5-6 ข้อด้วยกัน เราก็หยิบสถานการณ์ปัจจุบันนี้มาศึกษา  ปัญหาสังคมเป็นอย่างไร  ปัญหาการปกครองเป็นอย่