‘โสภา รัตนภิบาล’ หญิงแกร่งวงการอาหารฮาลาล เบื้องหลังความสำเร็จ ‘สินธร สเต็กเฮ้าส์’

34

ช่วงปลายปี 2539 ประเทศไทยเกิดวิกฤติสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์รุนแรง ในบ้านเรา โดยมีการตรวจพบที่ชุมชนมุสลิมย่านอ่อนนุช ที่มีโรงฆ่าสัตว์และชำแหละเนื้อวัวส่งขาย เหตุการณ์นี้ทำให้กทม.ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน และพบว่ามีการระบาดหนักเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่นั่นก็ได้สร้างความตื่นกลัวให้  กับผู้ที่บริโภคเนื้อวัวเป็นหลัก ถึงขั้นเนื้อวัว  ขายไม่ออกไปทั่วประเทศ

ธุรกิจการค้าเนื้อวัวในประเทศจึงหนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน นั่นทำให้ผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในวังวนธุรกิจนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการฟาร์มเลี้ยงวัวไปจนถึงพนักงานหรือแรงงานทุกระดับล้วนได้รับผลกระทบแทบทั้งสิ้น

เจ้าของฟาร์มและผู้ดำเนินธุรกิจค้าเนื้อถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว หลายรายต้องปิดฟาร์ม ล้มละลายกลายเป็นหนี้เป็นสิน บางรายเลือกที่จะหนีปัญหาด้วยการจบชีวิตตัวเอง  บางรายยังดีที่ใจสู้พยายามตั้งหลักใหม่

คุณโสภา รัตนภิบาล เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในปีนั้น แต่เธอไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา การยึดมั่นในศรัทธาต่อพระเจ้าเป็นแรงขับดันให้เธอสู้ต่อด้วยใจที่มุ่งมั่นและเข้มแข็ง จนสามารถฝ่าวิกฤติในครั้งนั้นไปได้ จน ณ วันนี้อาณาจักรธุรกิจในนาม บริษัท สเต็ก สินธร จำกัด เจ้าของภัตตาคารสินธร สเต็กเฮ้าส์ และบริษัท สินธรมีทซัพพลาย จำกัด เจ้าของกิจการผลิตอาหารฮาลาลปรุงสำเร็จ สามารถยืนหยัดในแวดวงธุรกิจอาหารฮาลาลได้อย่างมั่นคงแข็งแกร่ง ขยายขอบข่ายลูกค้าไปในวงกว้าง ไม่เฉพาะแต่มุสลิมเท่านั้น นี่จึงถือเป็นความสำเร็จอย่างงดงามของหญิงแกร่งคนนี้

อะไรคือเคล็ดลับสู่หนทางแห่งความสำเร็จนี้ และการหยัดยืนสู้อยู่เบื้องหลังสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มากไปด้วยความมุ่งมั่น จะต้องก้าวผ่านสิ่งใดมาบ้าง…ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของเธอ

พลิกวิกฤติสู่โอกาส…ทุกปัญหาแก้ได้หากสู้  ไม่ถอย !

ในช่วงวิกฤติธุรกิจการค้าเนื้อวัว จากข่าวโรคแอนแทร็กซ์นั้น สองสามีภรรยา ‘กิตติศักดิ์    บินซอและห์-โสภา รัตนภิบาล’ ช่วยกันฟันฝ่าวิกฤตินั้นมาได้จากการต่อยอดธุรกิจ โดยใช้ไอเดียและความอดทนในการแก้ปัญหา ด้วยการแตกไลน์ธุรกิจจากที่มีเนื้อวัวสดค้างอยู่ในสต็อกเพราะขายไม่ได้ จากที่เคยขายได้วันละกว่า 10 ตัว ต้องเหลือเพียง 2 วัน ต่อ 1 ตัวกว่าจะขายหมด ทั้งคู่จึงคิดปรุงเนื้อเป็นสเต็กสำเร็จรูปแพ็กส่งขาย เป็นการพลิกวิกฤติอันนำไปสู่ ‘สินธรสเต๊กเฮ้าส์’ ในปัจจุบัน

“สต็อกเนื้อราวหมื่นกิโลกรัมที่อยู่ในห้องเย็น ทำให้ต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรกับธุรกิจ เพื่อให้อยู่รอด จึงมีไอเดียว่าเวลาไปส่งเนื้อที่เขาใหญ่ ก็จะซื้อดอกไม้ ดอกกุหลาบกลับมากรุงเทพฯ เพื่อหารายได้มาพยุงธุรกิจ โดยนำมาตกแต่งหน้าร้าน”

คุณโสภาใช้พรสวรรค์ด้านการตกแต่งที่มีอยู่ในตัว แปลงเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจเสริมควบคู่กับการส่งเนื้อไปด้วย แม้ว่าขณะนั้นปริมาณการส่งเนื้อจะลดลงมาก เพราะคนกลัวโรคแอนแทรกซ์ นอกจากฝ่ายภรรยาจะงัดเอาพรสวรรค์บวกกับไอเดีย มาเป็นตัวเสริมแล้ว ฝ่ายสามีอย่าง คุณกิตติศักดิ์ บินซอและห์ ก็ยังงัดเอาตำราจากประสบการณ์ที่เคยทำงานโรงแรมมาก่อน มาลองผลิตเนื้อสเต็กบรรจุใส่ถุงแช่ตู้เย็นขาย

“เราแข่งกับเวลามากกว่า เรามาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผ่านมันไปให้ได้ ตอนช่วงวิกฤติเรามองว่า มันเป็นเรื่องธรรมดานะ เพราะเราเตรียมตัวมาตั้งแต่ทีแรกแล้วในการทำธุรกิจ เราไม่ได้คิดว่าจะต้องคาดหวังกับมันแบบปูพรมไปตลอด สักวันมันก็ต้องมีร่วงมีตกบ้าง อย่างช่วงที่เกิดโรค ทุกคนที่ทำตรงนี้ก็เกือบจะจบกันหมด แต่เราผ่านมันมาได้ เราคิกว่าเพราะเรามีพระเจ้านะ… มันเป็นการทดสอบมากกว่า ถ้ามัวไปคิดตีโพยตีพาย มันก็เหมือนบั่นทอนเราลงไปอีก เรามาหยุดตั้งสติดีกว่า ช่วงนั้นทำเนื้อแล้วมันแย่ เราก็มาคิดว่าเราจะทำอะไรมาทดแทนกันไปได้บ้าง ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้เราหันมาจับงานหลายด้าน เมื่อก่อนทำเนื้ออย่างเดียว พอล้มมันก็จะล้มเลย พอจะลุกขึ้นมาใหม่แล้วไม่มีอะไรสำรองมันจะยากมาก แต่เรามีกำลังใจ และหวังในความโปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้าของเรา จะให้ในสิ่งที่ดีๆ แก่เรา และเรายังมีลูกๆ เรา คิดแต่ว่าท้อไม่ได้ อ่อนแอไม่ได้ คิดแต่ว่าฉันจะทำอย่างไร ไปอย่างไร นี่คือบททดสอบของพระเจ้าอีกบทหนึ่ง”

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้คุณโสภา   หันมาจับธุรกิจอีกหลากหลาย ทั้งด้านจัดสวน จัดดอกไม้ ธุรกิจคอสเมติกส์ และ ด้านอาหาร ซึ่งเธอบอกว่าเป็นเสมือนสิ่งที่พระเจ้าได้ประทานให้ ทั้งที่เธอไม่เคยร่ำเรียนมาทางด้านใดเลยที่กล่าวมา แต่เธอก็พยายามเรียนรู้และฝึกฝนด้วยตนเอง ทั้งการใฝ่หาผู้รู้มาสอน และการฟังคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์ ที่สำคัญคือ เธอได้ลูกค้าเป็นครู ในการชี้แนะสำหรับการลองผิดลองถูก จนที่สุดจึงลงตัวกับทุกธุรกิจที่ทำ บนปณิธานที่ตั้งมั่นว่า ‘ซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบคนอื่น และจริงใจต่อสิ่งที่ทำ’ 

ณ วันนี้เธอและสามี จึงสามารถผลักดันธุรกิจทั้งหมด และอาณาจักรธุรกิจในนามสินธร ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างน่าชื่นใจ

กลยุทธ์ธุรกิจบนปณิธานจริงใจต่อลูกค้า

“ถามว่าเหนื่อยมั้ย…เหนื่อย เพราะกว่าจะกลับจากร้านนี้ (สินธร สเต็กเฮ้าส์ ย่านรามคำแหง) ก็ตีหนึ่งได้ นอนตื่นขึ้นมาละหมาด หกโมงเช้าก็ไปที่โรงเนื้อ บ่ายเข้าครัว พอพักเบรกเสร็จก็ต้องเข้าไปดูแลคนงานที่โรงเนื้อต่อ เสร็จตอนเย็นก็จะมาที่สินธรนี่ ก็ทำวนเวียนอย่างนี้ตลอด ซึ่งผิดจากคนทั่วๆ ไป ที่เขาทำอย่างเดียวก็จบแล้ว แต่เราวันๆ หนึ่ง เราต้องดูแลหลายอย่าง” 

ขณะเดียวกันธุรกิจจัดสวนก็ยังคงทำอยู่      คุณโสภาเล่าว่า ได้ไปจัดหลายที่ ซึ่งเป็นลักษณะที่ลูกค้าบอกต่อกัน แม้แต่จัดสวนในสนามกอล์ฟ เธอ ก็ทำมาแล้ว ธุรกิจจัดสวนนี้ทำเงินได้ดีและไปได้สวย เธอจึงไม่คิดจะทิ้งมันไป เพราะในช่วงวิกฤติ ธุรกิจนี้ถือว่าได้ช่วยต่อชีวิตให้กับครอบครัวของเธอ และต่อยอดไปยังธุรกิจอื่นในเครือด้วย หากใครที่ได้มีโอกาสไปทานอาหารที่ภ