กรมสุขภาพจิต ชวนประเมิน“อารมณ์ทางการเมือง”

12

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนไทยประเมินอารมณ์ทางการเมือง เพื่อชะลอความเครียดและความขัดแย้ง

 

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากความคิดเห็นที่แตกต่างกันทางการเมืองในขณะนี้ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว และการสูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างคนใกล้ชิดจากความพยายามที่จะยัดเยียดให้ทุกคนคิดเหมือนตัวเอง ซึ่งทุกคนควรให้เกียรติและเคารพในความคิดของกันและกัน หากเกิดความเห็นที่แตกต่างกันต้องมีสติ และต้องประคับประคองความเป็นครอบครัวและความสัมพันธ์ไว้ก่อน ต้องประเมินความสามารถในการเปิดรับของอีกฝ่าย อย่ายัดเยียดให้อีกฝ่ายยอมรับโดยไม่สมัครใจ ค่อยๆ พูดคุยกัน โดยเลือกพูดในโอกาสและเวลาที่เหมาะสม

นพ.เกียรติภูมิ  กล่าวว่า กรมสุขภาพจิต มีความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว จึงขอเชิญชวนทุกคนมาประเมินความเข้มข้นของอารมณ์ตนเองและคนรอบข้าง เพื่อชะลอความเครียดและความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรู้เท่าทันจิตใจกัน โดยประเมินว่าในช่วงที่ผ่านมา มีความรู้สึกต่อไปนี้อย่างไร

  1. ฉันมักอารมณ์เสียเวลาคุยเรื่องการเมือง (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
  2. เวลาคนพูดเรื่องการเมืองที่ฉันไม่เห็นด้วย ฉันอดไม่ได้ต้องเถียงเสมอ (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
  3. ฉันหมกมุ่นเรื่องการเมือง จนลืมเรื่องบ้านฉัน (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
  4. ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงกับประเทศไทยตลอดเวลา (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
  5. ฉันมักจะพยายามโน้มน้าวให้คนอื่นเห็นด้วยกับความคิดเห็นทางการเมืองของฉันเสมอ (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)

 

เมื่อประเมินแล้วก็ให้คะแนนและแปลผลดังนี้ ตอบว่า ใช่ = 2 คะแนน, ไม่แน่ใจ = 1 คะแนน, ไม่ใช่ = 0 คะแนน เสร็จแล้วรวมคะแนนที่ได้ทั้งหมดแล้วอ่านผลประเมิน ดังนี้

 

กลุ่มที่ 1 ได้คะแนน 0-2 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองปกติ คือ เป็นผู้ที่เปิดรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และตระหนักเพียงว่าเป็นความคิดเห็นทางการเมืองที่อาจไม่ตรงกันได้

 

กลุ่มที่ 2 ได้คะแนน 3-5 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองอยู่ในระดับปานกลาง มีจุดยืนและรับความคิดเห็นที่แตกต่างได้ แต่มีความเสี่ยงที่จะเครียดและเกิดความขัดแย้งกับผู้อื่นได้ถ้าหมกมุ่นมากเกินไป จึงควรหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น ไปท่องเที่ยว หรือออกกำลังกายบ้าง

 

และในกลุ่มที่ 3 ได้คะแนน 6-10 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองค่อนข้างรุนแรง มีความเสี่ยงต่อความเครียดและขัดแย้งกับผู้อื่นสูง จึงไม่ควรเปิดรับสื่อที่นำเสนอเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองทั้งวัน หากิจกรรมอย่างอื่นทำบ้าง และหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในสถานการณ์หรือกับบุคคลที่มีความคิดรุนแรง