เจ้าชายขบถ ประกาศจัดตั้งกลุ่มต่อต้านในยุโรป เรียกร้องเปลี่ยนแปลงการปกครองซาอุฯ

868
เจ้าชายคาลิด บินฟาร์ฮาน

คาลิด บินฟาร์ฮาน เจ้าชายซาอุฯ ที่ไม่ลงรอยกับผู้กุมอำนาจในราชอาณาจักรปัจจุบัน ได้เริ่มจัดตั้งกลุ่มต่อต้านภายใต้ชื่อ “ขบวนการเสรีภาพแห่งประชาชนคาบสมุทรอาหรับ” (Freedom Movement of Arabian Peninsula People)

เจ้าชายคาลิด บินฟาร์ฮาน วัย 41 ปี ลี้ภัยไปอยู่เยอรมนีมานานกว่าทศวรรษ เขาและครอบครัวอาศัยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเยอรมนีและมีสัญชาติเยอรมัน

เขาออกจากซาอุดีอาระเบียในปี 2550 หลังจากที่ได้รับคำเตือนว่ามีรายชื่ออยู่ในหมายจับ

เจ้าชายคาลิดมีบทบาทสำคัญในการวิจารณ์ระบอบกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียมานาน และสนับสนุนให้มีการปฏิรูปในซาอุดิอาระเบีย

เจ้าชายซาอุดิอาระเบียได้พูดกับสื่อ ดิอินดีเพนเดนท์ ของอังกฤษ โดยประกาศว่า เขากำลังเริ่มต้นจัดตั้งขบวนการต่อสู้ในยุโรปเพื่อต่อต้านการปกครองแบบไม่เป็นประชาธิปไตยของซาอุฯ

กลุ่มต่อต้านนี้ในชื่อ “ขบวนการเสรีภาพแห่งประชาชนคาบสมุทรอาหรับ” จะดำเนินการเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองในซาอุดิอาระเบียให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

เจ้าชายคาลิดชี้ว่า ประเทศซาอุฯ ควรจัดการเลือกตั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีมายาวนานนั้นจะต้องได้รับการแก้ไข

ขบวนการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยให้ผู้คนที่หลบหนีจากซาอุดิอาระเบียมีนักกฎหมาย ล่าม และเข้าถึงสื่อเพื่อช่วยพวกเขาในการหาที่ลี้ภัยในยุโรป

“เราต้องการระบบใหม่ในซาอุดิอาระเบีย เช่นรัฐประชาธิปไตยอื่นๆ ที่ประชาชนมีสิทธิ์เลือกตั้งรัฐบาล เพื่อสร้างซาอุดิอาระเบียใหม่” เจ้าชายคาลิดกล่าวกับอินดีเพนเดนท์

“เรามีวิสัยทัศน์สำหรับระบบตุลาการ เพื่อสิทธิมนุษยชนและความรับผิดชอบ แต่ตอนนี้เราจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่รัฐธรรมนูญและการเคลื่อนไหวเพื่อช่วยชาวซาอุดิสในยุโรป”

เจ้าชายคาลิดแนะนำว่า ราชวงศ์ซาอูดยังคงอยู่ในตำแหน่งที่เป็นสัญลักษณ์เช่นในบางประเทศทางตะวันตก อย่างไรก็ตามเขากล่าวว่าประชาชนควรควบคุมกิจการของรัฐ

แนวคิดของเจ้าชายคาลิดในการจัดตั้งขบวนการต่อต้านเกิดขึ้นหลังจากการฆาตกรรมจามาล คาช็อกจี ในอิสตันบูลเมื่อปีที่แล้ว และเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้กับคดีของ ราฮาฟ มูฮัมหมัด อัลกูนูน หญิงซาอุดิอาระเบียที่ขังตัวเองในห้องพักโรงแรมที่สนามบินกรุงเทพฯ เพื่อต่อต้านการถูกส่งตัวกลับบ้านไปซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีบทบาทต่อการตัดสินใจของคาลิด

เจ้าชายอ้างด้วยว่า เขาอยู่ในรายการเป้าหมายของริยาดเช่นเดียวกับ จามาล คาช็อกจี อดีตนักข่าววอชิงตันโพสต์และนักวิจารณ์ เจ้าชายมกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บินซัลมาน

เจ้าชายคาลิดกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของซาอุดิอาระเบียพยายามโน้มน้าวให้เขาเข้าสถานทูตซาอุดิอาระเบียในกรุงไคโร ภายใต้หน้ากากของการให้เงินหลายล้านดอลลาร์แก่เขา เพียงไม่กี่วันก่อนที่ จามาล คาช็อกจี จะตัวหายไป อย่างไรก็ตามเขาอ้างว่าเขารู้ว่ามันเป็นกับดักและไม่ได้ไปสถานทูตในกรุงไคโร

“ พวกเขาจะฆ่าฉันด้วยวิธีที่ไร้มนุษยธรรมเพื่อทำให้ผู้อื่นแตกตื่น” เขากล่าวเสริม

เจ้าชายคาลิด บินฟาร์ฮาน เป็นเพียงคนเดียวที่ยืนยันได้ว่ายังมีชีวิตท่ามกลางเจ้าชายผู้ต่อต้านคนอื่นๆ เช่นเจ้าชายสุลต่าน บินตุร์กี, เจ้าชายตุร์กี บินบันดาร์, และ เจ้าชายซาอุด บินเซฟ

ประเทศร่ำรวยน้ำมันอย่างซาอุดีอาระเบียได้ผ่านการต่อสู้ภายในราชวงศ์หลายครั้งตลอดหลายปีมานี้

มีรายงานว่าสมาชิกของราชวงศ์ซาอุดิอารเบียที่สูญหายไปนั้นทั้งถูกฉุดคร่าและลักพาตัวจากประเทศอื่นๆ และนำกลับมาที่ริยาด เจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ที่มา: independent
แปล/เรียบเรียง: กองบก.เดอะพับลิกโพสต์