โกมล ดุมลักษณ์ มุสลิม “มือบน” มุ่งมั่นพัฒนาสังคม

สัมภาษณ์ : โกมล ดุมลักษณ์ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

797

>> “จ.ส.ต.โกมล ดุมลักษณ์” หรือ “อับดุลมาลิก” นอกจากอาชีพประจำในฐานะข้าราชการตำรวจแล้ว วันนี้เขาคือบุคคลที่มุสลิมชาวภูเก็ตไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง “ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต”  ยิ่งไปกว่านั้นในระดับองค์กรสูงสุดของมุสลิมไทย เขาก็ยังมีบทบาทในฐานะ “รองเลขาธิการ” คณะกรรมการ กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ด้วย วัยเพียง 40 เศษๆ ทั้งยังมีฐานะซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเข้าขั้น “มีอันจะกิน” จ.ส.ต.โกมล สามารถที่จะใช้วันเวลาและทรัพย์สินเพื่อตักตวงความสุขสบายในชีวิต ทว่าเขากลับเลือกเส้นทางแห่งการอุทิศตนและ “ควักกระเป๋า” ให้กับการทำงานพัฒนาศาสนาและสังคมเพื่อชาวภูเก็ต และมุสลิมในระดับประเทศ เส้นทางชีวิตจากข้าราชการตำรวจสู่นักพัฒนาผู้มีบทบาทระดับสูงในองค์กรมุสลิมระดับประเทศของเขาผู้นี้จึงน่าสนใจอย่างยิ่ง

>> เส้นทางการเข้ามาทำงานในบทบาทนักพัฒนาสังคม

จุด เริ่มต้นคงมาจากคำสอนของพ่อ ที่ท่านย้ำเสมอให้ลูกไปช่วยเรื่องศาสนา เรื่องของสังคม  ตอนนั้นพ่อให้เงินมาก้อนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เอาไปทำงานในแนวทางศาสนาและต้องลงทุนด้วย  ที่ผ่านมาผมสนใจเรื่องของที่ดินมาตลอด จึงทำเป็นธุรกิจซื้อมาขายไป และทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างด้วย ถึงจุดหนึ่งจึงได้เริ่มหันมาช่วยงานองค์กรด้วยการสมัครเป็นคณะกรรมการกลาง อิสลามจังหวัดภูเก็ต ในขณะที่อายุน้อยกว่าคนอื่น

>> เริ่มต้นครั้งแรกกับงานทะเบียนเน้นปรับระบบใหม่    

เข้า มาครั้งแรกอาจจะเป็นเพราะผู้ใหญ่เห็นเราอายุยังน้อยแถมเพิ่งเข้ามาใหม่จึง ได้รับมอบหมายในเรื่องงานทะเบียน จะเป็นเรื่องการจัดตั้งมัสยิดใหม่ จดทะเบียนมัสยิดใหม่ งานสารสนเทศและธุรการต่างๆ ซึ่งดูภายนอกเสมือนว่าจะเป็นงานที่ไม่ค่อยสำคัญนัก แต่ความจริงเป็นงานหนักมากเลย เพราะตอนนั้นทำงานกันแบบไม่มีระบบจึงยุ่งเหยิงไปหมด
ผม เข้าไปจึงเริ่มพัฒนาในเรื่องสารสนเทศของงานทะเบียน ผมต้องรื้อหมด ปรับระบบใหม่โดยการลงทุนเองด้วยเงินส่วนตัว ประมาณ 8 แสนกว่าบาท  ทั้งในด้านการจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ทุกมัสยิด จ้างคนเขียนซอฟแวร์ระบบ เรียกคณะกรรมการมัสยิดฝ่ายทะเบียนมาจัดอบรมให้ความรู้ในเรื่องงานทะเบียน  จัดกิจกรรมให้มีการแข่งขันกันเรื่องไอที ถ้าที่ไหนทำงานได้ก้าวหน้าในเรื่องงานทะเบียน เราจะมอบรางวัลเป็นคอมพิวเตอร์ให้มัสยิด 1 เครื่อง ทำให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของมัสยิดต่างๆ ซึ่งในตอนนั้นในภูเก็ตมี 49 มัสยิด ได้เกิดความกระตือรือร้นในการหาความรู้ ทำให้ได้ประโยชน์ในงานทะเบียนมาก

ทำ ไป 2 ปีกว่าๆ องค์กรเริ่มพัฒนาดีขึ้น งานไอทีของผมก็เริ่มก้าวหน้าขึ้น โดยมีนายแพทย์ สมบูรณ์ คาวิจิตร (หมอบูรณ์) ประจำอยู่ที่รพ.ถลาง ซึ่งเก่งเรื่องไอทีได้เข้ามาเป็นประธานที่ปรึกษาในเรื่องไอที มาจัดวางระบบให้ใหม่ จัดทำเวบไซต์ของคณะกรรมการอิสลามจังหวัดภูเก็ต เป็นเวบไซต์แรกคือ www.islaminphuket.com ต่อมาก็ทำเวบไซต์ที่สอง คือ www.masyidthai.com เป็นเวบไซต์เกี่ยวกับงานทะเบียนโดยตรง เพื่อช่วยงานแก้ไขข้อมูลทะเบียน สามารถคีย์เข้าไปได้เลย โดยใช้รหัสส่วนตัวของฝ่ายทะเบียนแต่ละมัสยิด ซึ่งก็ถือว่าทำให้งานเกี่ยวกับทะเบียนของกรรมการอิสลามภูเก็ตเป็นระบบและทัน สมัยอย่างมาก

>> ขยายสู่งานพัฒนามัสยิดและการศึกษา

ตอน เข้าไปทำงานเป็นคณะกรรมการกลางอิสลามภูเก็ต นอกจากทำงานด้านไอทีแล้ว ผมมีเงินอยู่ก้อนหนึ่งที่ตั้งเจตนารมณ์ทำบุญไว้แล้ว จึงได้เข้าไปช่วยสนับสนุนทั้งสร้างปรับปรุงมัสยิดหลายแห่ง ที่เห็นว่าเก่าชำรุดทรุดโทรม หลังแรกคือมัสยิดบ้านยามู ทำให้สวยงามเพราะเราอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว อยากให้วัฒนธรรมของเราเข้ากับแหล่งท่องเที่ยว ใช้งบไป 1.9 ล้านทาทโดยใช้ทุนส่วนตัวไปล้านกว่าบาท นี่เป็นมัสยิดแรก  ต่อมามัสยิดบ้านบางดุก เปลี่ยนมิมบัร (แท่นเทศนา) ให้ใหม่ 3.8 แสนบาท มัสยิดนาส้มปอย ไม่มีโดมให้โดมไป 3 โดม 8 แสนกว่าบาท ต่อจากนั้นหันพัฒนาการศึกษา เช่น เกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก ให้ทุนเด็กกำพร้า  ช่วยในเรื่องปรับปรุงสถานที่ เห็นโรงเรียนไหนเก่าๆ ก็เข้าไปช่วย
>> สร้างสถานที่ละหมาดในสนง.ที่ดินแห่งแรกของประเทศ

ตอน นั้นสืบเนื่องจากได้ไปเห็นการให้บริการของสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตใน แต่ละวันจะมีพี่น้องมุสลิมมาติดต่อราชการเป็นจำนวนมาก ผมเห็นในสนง.ที่ดินมีพื้นที่ว่างอยู่จึงเสนอให้ทำเป็นสถานที่ละหมาด จากการที่ได้พูดคุยกับหัวหน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต และผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งปรากฎว่าตรงกับความต้องการของอธิบดีกรมที่ดิน ที่ต้องการสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับสำนักงานที่ดิน ตรงกับเป้าหมายของรัฐ โดยรัฐยินดีให้สร้างแต่ต้องหาทุนเอง จึงผมได้บริจาคเงินก่อสร้างไป ล้านแปดพันกว่าบาท เป็นการช่วยด้านสาธารณะ ใช้ชื่อมัสยิดต้นตระกูล          ดุมลักษณ์ ส่งมอบเพื่อใช้ในราชการสำนักงานที่ดินประโยชน์ นับเป็นสำนักงานที่ดินแห่งแรกในประเทศไทยเลยที่มีสถานที่ละหมาด

>> เดินหน้าสู่หน้าที่ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามจังหวัดภูเก็ต

เมื่อ ครบวาระ มีการเลือกตั้ง ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดภูเก็ต ลงแข่งกัน 4 คน ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า ผมได้คะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง ชนะขาดลอย เมื่อได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการกลางอิสลามจังหวัดฯแล้ว ก็มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกล